กลุ่มอาข่าหญ่า
วันสัมมนา “มายาคติอาข่าในสังคมไทย : คลายปมมิดะและลานสาวกอด” ก็ใกล้เข้ามาถึงแล้ว ( วันศุกร์ 21 มค.2554 ณ ม.แม่ฟ้าหลวง ) ผมเห็นว่า กลุ่มอาข่าหญ่าขึ้นพูดในเวทีนี้ด้วย จึงขอพูดถึงและเล่าประวัติความเป็นมาของกลุ่มอย่างย่อ เข้าใจว่าหลายๆคนรู้จัก และได้ยินชื่อเสียง “กลุ่มอาข่าหญ่า” ในวงการสังคมอาข่ามาไม่มากก็น้อย กลุ่มอาข่าหญ่านั้นได้ออกงานสังคมอาข่าบ่อยพอควร และถ้าจะพูดถึงเยาวชนอาข่าที่ทำงานในสังคมอาข่า ก็คงขาดไม่ได้เลยที่ต้องพูดถึง “กลุ่มอาข่าหญ่า” เสมอ ไม่ว่า งานอาข่าจัดขึ้นที่ไหน สถานที่ไหน จะมีกลุ่มอาข่าหญ่าเข้าร่วมด้วยเสมอ แม้กระทั่งเกี่ยวกับงานชาิติพันธุ์โดยรวมก็เข้าร่วมด้วย
จะไม่ขอเล่าถึง อุปสรรค และประสบการณ์ที่พบเจอ ในการทำงานนะครับ จะขอเล่าเฉพาะความเป็นมา จำนวนสมาชิกกลุ่ม และวัตถุประสงค์เท่านั้น กลุ่มได้จัดตั้งขึ้นเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2548 ณ จังหวัดเชียงใหม่ โดยใช้ชื่อว่า “กลุ่มอาข่าหญ่า” ไม่ต้องถามหรอกครับว่า “ทำไมใช้ชื่อนี้” เดี่ยวเล่าแล้วจะยาว เพราะความหมายก็ตรงตามตัวและสื่อความชัดเจนอยู่แล้วว่า “เป็นอาข่า” การรวมตัวกันของกลุ่มนี้ส่วนใหญ่แล้วเป็นนักเรียนนักศึกษาที่ศึกษาอยู่ในเขตจังหวัดเชียงใหม่ โดยที่เริ่มแรกนั้นกลุ่มมีสมาชิกเพียงแค่ 8 คนเท่านั้น
ในช่วงแรกนั้นยังมีสมาชิกไม่เพียงพอ ทางกลุ่มจึงได้ทำกิจกรรมต่างๆเพื่อหาสมาชิกเข้ามาร่วม โดยเริ่มต้นจากการจัดรายการวิทยุชุมชน และมีหนังสือถึงผู้อำนวยการโรงเรียนและอธิการบดีมหาวิทยาลัยต่างๆ เพื่อขอทราบรายชื่อนักเรียนนักศึกษาอ่าข่าที่ศึกษาอยู่ในสถาบันนั้นๆ จนกระทั่งได้จำนวนสมาชิกอาข่าเข้าร่วม 30 คน จากนั้น กลุ่มก็ได้จัดกิจกรรมต่างๆ โดยขึ้นไปจัดกิจกรรมตามหมู่บ้านอาข่าต่างๆ กิจกรรมที่จัดขึ้นแต่ละครั้งนั้นก็จะตรงกับวันเทศกาลประเพณี และปีใหม่อาข่า ทั้งนี้เพื่อต้องการให้เยาวชนอาข่าได้เกิดการเรียนรู้โดยตรงโดยการผ่านกระบวนการที่เป็นของจริง
จุดที่สำคัญมากของลุ่มนี้คือ สมาชิกที่มารวมตัวกันมีทั้งพระ นับถือคริสต์ นับถือดั้งเดิม และนับถืออิสลาม ถามว่า ทำงานเพื่ออาข่าได้อย่างไง ขอตอบว่า เป้าหมายของกลุ่มอยู่ที่ อาข่า อย่างเดียว สมาชิกจะนับถืออะไรก็ตาม แต่คุณเป็นคนอาข่า มีบรรพชนบรรบุรุษเป็นชาวอาข่า รากเหง้าที่แท้จริงของคุณคือคนอาข่า พอกลุ่มมีเป้าหมายในทิศทางเดียวกัน ปัญหาเรื่องถกเถียงเรื่องศาสนาไม่เคยเกิดขึ้นในกลุ่มนี้ เพราะสมาชิกกลุ่มยอมรับความแตกต่างของกันและกันได้ ผมจำได้ว่า ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา การทำงานเพื่อนอาข่านั้น ปัญหาเกี่ยวกับศาสนาไม่เคยเกิดขึ้นในกลุ่ม “เพราะพวกเรารู้ดีว่า พวกเราคือ อาข่า ทายาทตระกูลอาข่า มีสายเลือดและเื้ชื้อสายเป็นอาข่า”
หลักการและเหตุผล
ความเจริญก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยี และข่าวสารในด้านต่างๆได้เข้าไปสู่ชนเผ่าอาข่า ได้รับความสะดวกสบาย มีความทันสมัยมากขึ้น และเยาวชนมีการศึกษามากขึ้น บิดามารดาได้ส่งบุตรหลานเข้ามาสู่ตัวเมือง เพื่อมาศึกษาเล่าเรียนและประกอบอาชีพ บุตรหลานที่มาศึกษาเล่าเรียนเหล่านั้น เมื่อศึกษาจบแล้ว บางคนได้เป็นกำลังสำคัญของหมู่บ้านและชนเผ่า บางคนก็ได้ไปทำงานทั้งในภาครัฐ และเอกชนทำให้มีคุณภาพชีวิตดีขึ้น การทำงานของสมาคมเพื่อการศึกษาและวัฒนธรรมอาข่า หรือองค์กรผู้เกี่ยวข้องที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าจะประสบความสำเร็จเป็นที่น่าพอใจก็ตาม ในแง่สถิติของเด็กเยาวชนที่ได้รับการศึกษามีมากขึ้น
ถ้ามองในแง่การเข้าใจขนบธรรมเนียมประเพณี และพิธีกรรมวัฒนธรรมของชนเผ่า ยังมีจุดอ่อนอีกมาก เด็กเยาวชนอาข่าเริ่มมีความขัดแย้งกับบิดามารดาในเรื่องของความเชื่อ และพิธีกรรมต่างๆ เพราะได้รับการศึกษาแบบสมัยใหม่ซึ่งไม่ได้เน้นให้เชื่อในเรื่องของพิธีกรรมต่างๆ ซึ่งไม่สามารถพิสูจน์ได้ในทางวิทยาศาสตร์ ส่วนหนึ่งอาจเป็นเพราะเด็กเยาวชนอาข่าขาดความรู้ความเข้าใจในวิถีชีวิตและพิธีกรรมต่างๆของชนเผ่า เด็กเยาวชนอาข่าไม่ได้รับการปลูกฝังและอธิบายความหมาย และคุณค่าที่แท้จริงของพิธีกรรม และความเชื่อเหล่านั้น เนื่องจากบิดามารดาผู้เฒ่าผู้อาวุโสเองก็อธิบายไม่ถูกอธิบายไม่เป็น และบางสิ่งบางอย่างเป็นกุศโลบายในการสอนคน
เด็กเยาวชนมีวิถีชีวิตกลายเป็นชุมชนเมือง เริ่มไม่พูดภาษาของตนเอง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่านามสกุลของพ่อแม่คืออะไร ที่เลวร้ายไปกว่านั้น บางคนไม่กล้าเปิดเผยตัวตนว่าเป็นใคร มาจากไหน อาจเป็นเพราะว่าเป็นปมด้อย และอายที่จะพูดว่า ผม / หนูเป็นชนเผ่าอาข่า ความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น และเห็นได้ชัดในเด็กเยาวชนอาข่าคือ เริ่มไม่มีความรู้เรื่องภูมิปัญญา ไม่รู้ความหมายของขนบธรรมเนียมวัฒนธรรม และจารีตประเพณี และยิ่งไปกว่านั้นเริ่มพูดภาษาของตนไม่ได้ เกิดการรับรู้เรื่องราวภายนอกมากขึ้นที่จะมาใช้ในวิถีชีวิตประจำวัน เรื่องของชนเผ่าก็ลดน้อยลงไป สุดท้ายจะเหลือแต่ผู้เฒ่าผู้แก่ที่พอจะรู้เรื่องราวของชนเผ่าตนเองที่ให้ความใส่ใจให้ความสำคัญในวัฒนธรรมของชนเผ่าเท่านั้น
วัตถุประสงค์
1. เพื่อปลูกฝังจิตสำนึกอันดีงามในการอนุรักษ์ศิลปะวัฒนธรรมและประเพณีให้กับเด็กเยาวชน รวมทั้งสร้างความรักความภาคภูมิใจในชนเผ่าอาข่าให้รวมเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
2. อนุรักษ์ฟื้นฟูศิลปะวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงามของชนเผ่าอาข่า โดยการส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการสืบทอดศิลปะวัฒนธรรมและประเพณีอังดีงามให้คงอยู่สืบต่อไป
3. เพื่อเป็นกลไกและศูนย์กลางส่วนหนึ่งในการประสานงานและส่งเสริมการพัฒนาที่เหมาะสมและถูกต้องแก่ชนเผ่าอาข่า
หลักการและเหตุผลข้างบนเขียนขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2548 โดยกลุ่ม ยังไม่ได้ผ่านการตรวจทานอย่างชัดเจน อันหนึ่งกลุ่มอาข่าหญ่ายังไม่ได้มีการขึ้นทะเบียนอย่างเป็นทางการ เนื่องด้วยปัจจัยหลาอย่างที่ไม่สมบูรณ์ เช่น คนทำงานหลัก กรรมการ และฝ่ายต่างๆ ผมหวังว่า อนาคตจะเกิดเป็นกลุ่มอย่างเป็นทางการ และทำงานเพื่ออาข่าต่อไป





