ผลกระทบที่เกิดจากสื่อสังคมออนไลน์ เรื่อง มิดะและลานสาวกอด
เรื่องราวมิดะและลานสาวกอดกลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสื่อต่างๆไม่ว่าจะเป็นสื่อสิ่งพิมพ์โทรทัศน์รวมไปถึงสื่อออนไลน์ซึ่งเป็นสื่อที่ได้รับความนิยมและเป็นสื่อที่มีอิทธิพลกับคนในยุคปัจจุบันที่สามารถสร้างคนให้เป็นฮีโร่ได้ในระยะเวลาอันรวดเร็ว ขณะเดียวกันก็สามารถที่จะทำลายให้แทบอยู่ในสังคมไม่ได้
การที่มิดะและลานสาวกอดเผยแพร่อยู่ในโลกออนไลน์ แน่นอนว่าชนเผ่าอาข่าได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องจากผู้เสพข้อมูลออนไลน์ส่วนใหญ่เชื่อว่ามิดะและลานสาวกอดมีจริงเข้ามาดูข้อมูลที่บิดเบือนและกระจายข่าวต่อไปเรื่อยๆจนส่งผลให้ภาพลักษณ์ของชนเผ่าอาข่าเป็นชนกลุ่มน้อยที่มีวัฒนธรรมประหลาดพิสดาร และแหวกแนวไปจากมาตรฐานของสังคม ทำให้สังคมภายนอกเกิดความสับสนและเข้าใจผิดว่ามิดะเป็นตำแหน่งแม่ครูที่สอนเพศศึกษาและเข้าใจว่าลานวัฒนธรรมคือสถานที่ซึ่งไปกอดและพลอดรักกัน
การรับรู้ในสองประเด็นดังกล่าวอย่างซ้ำๆทำให้คนทั่วไปเข้าใจว่าเป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและประเพณีที่เป็นเอกลักษณ์ซึ่งถือปฏิบัติกันมาตั้งแต่อดีต ทั้งๆที่สิ่งเหล่านี้ไม่เคยมีในประวัติศาสตร์ของคนอาข่า ไม่เป็นความจริง ไม่มีแม้แต่นิทาน เรื่องเล่า หรือ คำพังเพย
ความเข้าใจผิดดังกล่าวนี้ไม่เพียงแต่ส่งผลเสียหายกับหมี่ดะหรือหญิงสาวชาวอาข่าเท่านั้นแต่รวมไปถึงทุกๆคนที่เกิดเป็นคนอาข่าซึ่งสามารถสรุปผลกระทบที่ได้รับจากกรณีมิดะและลานสาวกอดได้ดังนี้คือ
1.มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของคนอาข่า
2.มีผลกระทบต่อทางด้านจิตใจของคนอาข่า
3.มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างคนอาข่าและคนภายนอก
1.มีผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของคนอาข่า
การรับรู้ข้อมูลที่บิดเบือนและไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงกระตุ้นให้ผู้รับสารหรือผู้เสพข้อมูลมิดะและลานสาวกอดนั้นมีความปรารถนาที่อยากจะไปตามหามิดะ อยากไปสัมผัสค้นหาประเพณีลี้ลับประหลาดด้วยตนเอง มีความตั้งใจที่เสาะหาความจริงว่าในยุคปัจจุบันนี้ยังมีมิดะอยู่หรือไม่ อยากพิสูจน์ว่ามิดะจะสวยงามเหมือนที่จินตนาการและสมคำร่ำลือกันหรือเปล่า?
นอกจากคำพูดที่แสดงความต้องการไปตามหามิดะผ่านบนโลกออนไลน์แล้ว ยังพบว่ามีคนจากในเมืองขึ้นไปตามหามิดะจริงๆ ซึ่งเยาวชนอาข่าประสบกับตนเอง นิสิตมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวงเล่าให้ฟังว่าเมื่อครั้งที่เป็นเด็กมีนักท่องเที่ยวขึ้นไปที่หมู่บ้านและถามว่านี่หมู่บ้านอาข่าใช่ไหม ทันใดที่เธอตอบว่า ใช่ นักท่องเที่ยวก็ถามต่อว่า มีมิดะ ไหม เธอตอบด้วยความมั่นใจกลับไปอีกว่ามี! เยอะด้วยเพราะเธอเข้าใจว่านักท่องเที่ยวหมายถึงหมี่ดะซึ่งแปลว่าหญิงสาวในขณะที่กลุ่มนักท่องเที่ยวตีความแตกต่างกันคือมาตามหามิดะที่เป็นแม่ครูสอนเรื่องเพศกับชายหนุ่มก่อนแต่งงาน
อาข่าที่เข้ามาใช้ชีวิตในเมืองล้วนถูกตั้งคำถามเกี่ยวกับมิดะและลานสาวกอดจากคนรอบข้างไม่ว่าจะเป็นเพื่อนครูบาอาจารย์ในโรงเรียนและมหาวิทยาลัยต่างๆซึ่งบ่อยครั้งทำให้เกิดความสับสนและลำบากใจในการให้คำตอบเพราะเยาวชนเองก็ไม่ได้รู้เรื่องมิดะมากมายไม่แน่ใจว่าจะอธิบายให้คนเข้าใจสิ่งที่อาข่าเป็นและจะคัดค้านสิ่งที่ไม่ใช่ได้อย่างไรทั้งนี้เพราะคนอาข่ายังไม่มีหลักฐานทางวิชาการที่สามารถไปยืนยันได้
2.มีผลกระทบต่อทางด้านจิตใจของคนอาข่า
จากการสำรวจการรับรู้เรื่องมิดะ และลานสาวกอดผ่านเว็บ www.khonakha.com โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่อยู่ในช่วงอายุระหว่าง 13-25 ปี การศึกษาในระดับ ม.ต้น – ปริญญาโท พบว่าคนส่วนใหญ่ไม่รู้จักมิดะและลานสาวกอดมาก่อน เพิ่งจะมารู้ตอนที่เรื่องราวมิดะถูกผลิตซ้ำในรูปแบบของการ์ตูนกลางปี 2553 ทางด้านความรู้สึกพบว่าเยาวชนอาข่าตกใจมากที่สังคมภายนอกเสพข้อมูลที่ถูกสร้างให้สมจริง บริโภคเรื่องราวที่ถูกเติมแต่ง เพื่อเพิ่มอรรถรสในการอ่านและการฟัง
คนอาข่ารู้สึกเป็นตัวตลกและเป็นคนแปลกในสายตาของสังคม เจ็บปวดที่ลักษณะของหญิงอาข่าถูกถ่ายทอดให้เป็นเพียงหญิงที่งดงามแต่เป็นได้แค่วัตถุที่สนองอารมณ์ทางเพศ การนำเสนอข้อมูลในลักษณะนี้เป็นการลดคุณค่าและศักดิ์ศรีของหญิงอาข่า น้ำตาตกในที่ถูกสังคมตีกรอบว่าหญิงอาข่ามีการศึกษาน้อยเมื่อเข้าไปทำงานในเมืองก็มักไปประกอบอาชีพโสเภณีเพราะไม่ต้องใช้ความรู้มากมาย
อีกทั้งเชื่อว่าหญิงอาข่านั้นใจง่าย สามารถชวนไปค้างคืนหรือลวนลามได้ เชื่อว่าเรื่องเซ็กส์เป็นเรื่องที่ทุกคนในสังคมอาข่าหมกมุ่น ตลอดจนความเชื่อว่าเซ็กส์ไม่มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตคนอาข่า เด็กเยาวชนอาข่าหลายๆคนที่เข้าไปอ่านเข้าไปเห็นเรื่องราวมิดะและลานสาวกอด หลายคนเกิดปมด้อยขึ้นกับตนเองที่เกิดมาเป็นอาข่า หลายๆครั้งไม่กล้าเปิดใจตนเองและปกปิดฐานะที่แท้จริงของตนเองเอาไว้ เพราะกลัวว่าเมื่อคนอื่นรู้ชาติพันธุ์ของตนเองแล้วอาจเกิดการดูถูกหรือพูดจากเสียดสีแม้กระทั่งการล้อเลียนในการอยู่ร่วมกันเป็นหมู่คณะได้
เราเกิดคำถามว่าทำไมหนอ! ทำไม ไม่เคารพสิทธิมนุษยชนของเพศหญิงกันบ้าง ประเพณีไทยสอนให้รักนวลสงวนตัว อาข่าเองก็เช่นเดียวกันผู้หญิงอาข่าถูกปลูกฝังว่าต้องรู้จักรักนวลสงวนตัว รักษาพรหมจรรย์ หญิงสาวที่ยังมิได้คู่ครองนั้นจะปฏิบัติตนให้อยู่ในกรอบประเพณีที่ดีงามต้องสงวนตัว ใจ และกาย
3.มีผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างคนอาข่าและคนภายนอก
อินเตอร์เน็ตถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือที่สะท้อนความแตกต่างและหลากหลายของความคิดของคนในสังคม เนื่องจากในโลกอินเตอร์เน็ตนั้นมีอิสระในการเข้าถึงข้อมูลและเป็นอีกหนึ่งเวทีที่ดึงดูดให้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นอย่างไม่มีที่สิ้นสุด การมีมุมมองภายใต้ประเด็นที่อ่อนไหวและเปราะบางอย่างมิดะและลานสาวกอดนั้นถือได้ว่าอีกหนึ่งปัจจัยที่ส่งเสริมให้เกิดความแตกแยกและเป็นสาเหตุให้เกิดอคติซึ่งกันและกันจนส่งผลให้แสดงความคิดเห็นด้วยวาจาที่ไม่สุภาพไม่เคารพซ่งกันและกัน
ข้างล่างคือตัวอย่างประโยคที่สังคมภายนอกแสดงความคิดเห็นในกระทู้มิดะและลานสาวกอด
- ใจเย็นๆ นักคอมเม้น ชาวอาข่าไม่มีเน็ตหรอกมั๊ง เขาคงไม่เห็นคำเม้นของพวกเราหรอก
- เพลงมีเป็นสิบๆปี แล้วทำไมพวก………เพิ่งมาโวยวาย
- คนเขียนก็เสียไปแล้ว มาฟ้องอะไรตอนนี้ ไปเรียกร้องเอากับคนตาย ตามคุณจรัลแล้วกัน
- แล้วตอนเพลงนี้ออกมาหัวหน้าเผ่ายังไม่มีเทปฟังหรือ
- เพิ่งเคยได้ฟังหรือไง เพลงมันนานเป็นชาติแล้ว
คนอาข่าพยายามอธิบายชี้แจงว่าไม่ได้เป็นการเรียกร้องแต่อย่างใด ไม่ได้มาหาคนผิดหรือให้ผู้ใดผู้หนึ่งออกมารับผิดชอบ ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชี้แจงอธิบาย ในอดีตเคยพยายามบอกกล่าวทำความเข้าใจมาแล้ว แต่ด้วยข้อจำกัดต่างๆทำให้รับรู้กันอยู่ในวงจำกัด แต่ดูเหมือนว่าหลายท่านยังคงไม่เข้าใจในสิ่งที่คนอาข่าพยายามอธิบาย
หลายท่านยังเชื่อมั่นในความคิดตนเองและกล่าวหาคนอาข่าในทางที่เสียหายซึ่งทำให้คนอาข่าบางส่วนรู้สึกว่าสังคมไม่ยอมฟังในสิ่งที่กำลังพยายามอธิบายเลย มองว่าไม่ยอมเปิดใจ ไม่ยอมรับในความแตกต่างและไม่เปิดพื้นที่กับคนอาข่าได้แสดงจุดยืนได้บอกกล่าวในสิ่งที่เป็นจริงคนอาข่าจึงเกิดความรู้สึกที่ไม่ค่อยดีและมีการสร้างกลไกลป้องกันตนเองโดยบางครั้งก็แสดงด้วยคำพูดที่ไม่สุภาพ
ในวันนี้เราไม่ได้มาเรียกร้องและมีเจตนาร้ายกับใคร แต่มาเพื่อปรับความเข้าใจกับทุกท่านที่ยังเข้าใจผิด เรามาเพื่อบอกว่าอะไรจริงอะไรไม่จริง เรามาด้วยความรักษ์อาข่าด้วยใจที่ปรารถนาที่จะปกป้องเกียรติของคนอาข่า มาร้องขอศักดิ์ศรีของผู้หญิงที่พึงจะมี เราคนอาข่าอาจแตกต่างกันในเรื่องฐานะ ภาษา และวัฒนธรรม แต่สิ่งที่คนอาข่ามีเหมือนกับทุกคนในโลกนั่นคือ ศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ โปรดยอมรับในความแตกต่างของพวกเรา เข้าใจในสิ่งที่พวกเราเป็นมิใช่ในสิ่งที่สังคมสร้างขึ้น และยัดเหยียดให้กับเรา
อยากบอกอีกครั้งว่าเนื้อหาเกี่ยวกับมิดะและลานสาวกอดนั้นมิใช่เป็นภาพสะท้อนความเป็นจริง แต่เป็นแง่มุมที่ถูกผลิตให้เด่นขึ้นมาเพื่อดึงดูดความสนใจของผู้รับสารมากกว่า อย่าให้ความไพเราะของดนตรีเรื่องราวที่แปลกแหวกแนวนี้มาบดบังและบิดเบือนความถูกต้องที่แท้จริงเลย
สุดท้ายนี้ขอขอบพระคุณกระทรวงวัฒนธรรมและสื่อทุกแขนงที่ให้ความใส่ใจต่อปัญหาของพวกเราชาวอาข่าเพราะท่านเป็นกระบอกเสียงสำคัญทำให้คนไทยหลายคนเข้าใจพวกเรามากขึ้น
ขอบคุณสำหรับกำลังใจผ่านตัวหนังสือที่บอกให้เราเดินหน้าต่อไปเพื่อความถูกต้อง ขอบพระคุณสำหรับทุกท่าน สำหรับท่านใดที่ยังไม่เชื่อหรือเข้าใจพวกเราในตอนนี้เราเข้าใจท่าน เราเข้าใจว่าเป็นเรื่องยากที่จะเปลี่ยนทัศนคติในระยะเวลาอันสั้น บทเพลงมิดะเป็นเพลงอมตะที่อยู่ในใจหลายคน ซึ่งยากที่จะลืมเลือน จุดนี้เราเข้าใจพวก เราชาวอาข่าขอแค่ว่าโปรดแยกแยะว่าเนื้อหาในเพลงนั้นเป็นเพียงจินตนาการไม่เป็นความจริง
พวกเราจะดีใจมากหากท่านฟังและเสพข้อมูลแล้วเกิดคำถามและไปศึกษาเพิ่มเติมให้หาข้อเท็จจริง อาข่าเรายินดีบริการข้อมูลที่เป็นจริงและพร้อมที่จะแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับท่าน ท่านสามารถเข้าถึงข้อมูลของเราผ่านเวบไซต์ได้โดยง่ายจาก www.iamakha.com หรือจะมาศึกษากับเจ้าของวัฒนธรรมที่หมู่บ้านบนดอยของอาข่าก็ย่อมได้
เรียบเรียงโดย ตัวแทนเยาวชนอาข่า
25/03/2554
|
กลอนหมี่ดะ จากหนุ่มอาข่า…โดย อาชิน |
|
|
เพลงบรรเลง หนังสือแต่ง แข่งกันพูด แต่พิสูจน์ ความจริง หามีไม่ คะจีมิดะ คะจีราดะ เขาคือใคร แล้วทำไม มาตีตรา ค่าของคน เรากำลัง ทำร้าย ใครหรือเปล่า สาวหมี่ดะ ถูกตีตรา ว่าไร้ใจ เคยคิดไหม ใจของเขา เช่นใจเรา |
โอ้หมี่ดะ หญิงสาว ผู้ซื่อใส
ถูกสังคม ทำร้าย น่าสงสาร ถูกลมลวง กลวาจา คอยระราน เป็นตำนาน เป็นตราบาป บั่นทอนใจ อยากประกาศ ความถูก ให้รู้เห็น อยากระบาย ใจหมี่ดะ สิ่งที่เป็น แม้นลำเข็ญ พูดความจริง ให้รู้ความ |





