หญิงสาวอาข่ากับช่วงการแต่งกาย
วันนี้ขอพูดถึงเรื่องที่เป็นสาระสักนิด ที่ผ่านมาส่วนใหญ่มีแต่เรื่องโม้ แม้เป็นเรื่องโม้ แต่ก็มั่นใจนิดว่า เป็นเรื่องที่มีสาระไม่มากก็น้อย ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับผู้่อ่านอีกทีหนึ่งว่า มีพื้นฐานทางด้านองค์ความรู้อ่าข่ามากน้อยแค่ไหน หรือตั้งใจเรียนรู้กับสิ่งที่อ่านอยู่หรือเปล่า มนุษย์สามารถเรียนรู้ได้ทั้งในด้านขาว และด้านมืด
ผมชักจะไม่แน่ใจแล้วว่า สิ่งที่ผมพูดต่อไปนี้ จะตรงกับข้อมูลจริงของชนเผ่าอ่าข่าของเราหรือเปล่า ยอมรับว่า ข้อมูลไม่แน่นพอ แต่ก็จะพยายามสื่อให้ท่านผู้อ่านเข้าใจ ถ้าหากเรื่องที่จะพูดต่อไปนี้ ไม่ตรงกับข้อมูลของท่านที่มีอยู่ ท่านสามารถทักท้วงได้ตามอัธยาศัย ผมขอน้อมรับคำแนะนำของทุกท่าน และจะขอน้อมรับกลับไปแก้ไขให้ถูกต้องมากขึ้น
เข้าใจว่า ผู้หญิงอ่าข่าหลายคนเคยสวมใส่เสื้ออ่าข่ามาตั้งแต่เด็ก ขณะเดียวกันก็มีหลายคนที่ไม่เคยสวมใส่ชุดอ่าข่า ตรงจุดนี้ผมหมายถึง การใส่ชุดอ่าข่าตามวัยวุฒิ ตามระดับอายุของผู้หญิงอ่าข่าแต่ละคน ซึ่งแน่นอนว่าสมัยก่อนไม่สามารถใส่ หรือสวมได้ตามอำเภอใจเหมือนในปัจจุบัน เพราะการสวมใส่ในอดีตมีลำดับ มีเป็นขั้นเป็นตอน หากยังไม่ถึงเวลาไม่อนุญาตให้สวมใส่ได้
เรามาดูกันเลยว่า ผู้หญิงอ่าข่าวัยไหนถึงไหนต้องใส่ชุดอะไรบ้าง และต้องปฏิบัติอย่างไรเมื่อสวมใส่แล้ว แล้วการสวมใส่ชุดอ่าข่ามีความหมายมากแค่ไหน
การสวมใส่ชุดสำหรับผู้หญิงอ่าข่านั้น เท่าที่ผมจำได้มี 3 ช่วงเวลาด้วยกัน ขออธิบายดังต่อไปนี้
1.หละสะ (lavq xavq) เป็นเสื้อชั้นในแบบสายเดี่ยวปิดหน้าอกลงมาเหนือสะดือ มีตะขอเกี่ยวข้างหลัง เรียกได้ว่าเป็น ยกทรง ของชนเผ่าอ่าข่า ซึ่งเด็กหญิงอายุประมาณ 13-16 ที่เริ่มแตกเนื้อสาวเข้าสู่ภาวะความเป็นนางสาวจะสวมใส่เสื้อชั้นในตัวนี้ การทำเสื้อตัวนี้เป็นหน้าที่ของแม่ พี่สาว หรือพี่สะใภ้คนใดคนหนึ่ง ไม่อนุญาตให้ตัดตัวเสื้อด้วยตัวเอง แต่ผู้ใส่สามารถปักลวดลายเองได้
2.แจะจ่อง (Dzeiq dzanq) เป็นส่วนที่ห้อยอยู่ด้านข้างหน้ากระโปรงหญิงสาวอ่าข่า เป็นสี่เหลี่ยมผืนผ้า ประดับด้วยลูำกปัดต่างๆอย่างสวยงาม ตรงส่วนนี้ผมไม่แน่ใจแต่ละกลุ่มอ่าข่าจะเหมือนกันหรือเปล่า การสวมใส่ส่วนนี้จะเริ่มตั้งแต่หญิงสาวมีอายุระหว่าง 17-19 โดยประมาณ แต่จะไม่เกิน 20 โดยจะมีฝ่ายหญิงในครอบตัวเป็นผู้สวมใส่ให้
หญิงสาวอ่าข่าที่สวมใส่ แจะจ่อง ในช่วงแรกมักจะไม่กล้าสู้หน้าผู้อื่น มักจะอายเพื่อนๆในหมู่บ้าน หญิงสาวบางคนปกปิดถึง 1-2 เดือนก็มี การสวมใส่แจะจ่องมีความหมายที่ลึกซึืงมากทีเดียว นั่นคือการเตือนใจสาวๆอ่าข่าว่า เป็นวัยที่เข้าสู่ความเป็นสาวแล้ว อย่าปล่อยเนื้อปล่อยตัว ให้รู้จักรักนวลสงวนตัว ให้ดูแลเอาใส่ตัวเองให้มากขึ้น
ผมไม่ได้หมายความว่า ก่อนการสวมใส่แจะจ่องนี้ต้องปล่อยเนื้อปล่อยตัว ไม่รักนวลสงวนตัวนะครับ โดยส่วนตัวผมเข้าใจว่า เป็นกุศโลบายของผู้เฒ่าผู้อาวุโสอ่าข่าที่ได้บัญญัติใว้ให้กับพวกเรา และแน่นอนว่า เมื่อหญิงสาวเข้าสู่วัยสาวแล้ว จะต้องมีหนุ่มๆเข้ามาเกี้ยวพาราสี หรือมาพัวพันกับชีวิตมากขึ้น ท่านจึงเตือนใจให้หญิงสาวอ่าข่าระมัดระวังตัวให้มากขึ้น
3.อู่โชว้ (Uqcoer) อู่โชว้ (headdress) เป็นหมวกที่สวมใส่อยู่บนศีรษะ โดยจะมีรูปทรงแตกต่างกันไปตามแต่ละกลุ่มอ่าข่า แต่มีความเหมือนตรงเครื่องประดับประดาของอู่โชว้ เช่น ลูกปัด เหรียญ เครื่องเิงินต่างๆ การสวมใส่ อู่โชว้ บ่งบอกว่าหญิงสาวเริ่มเข้าสู่วัยที่พร้อมจะออกเรือนมีครอบครัวตามประเพณีอ่าข่าได้แล้ว
จะเห็นได้ว่า การสวมใส่ชุดต่างๆในสมัยก่อนนั้น มีช่วงเวลาสำหรับหญิงสาวอ่าข่า ถ้าหากยังไม่ถึงเวลาจะไม่อนุญาตให้สวมใส่เด็ดขาด โดยแต่ละช่วงก็มีความหมายในตัวอย่างลึกซึ้ง ทั้งที่เป็นความหมายแอบแฝง และความหมายนัยตรง แต่ที่น่าอัศจรรย์ใจยิ่งนักก็คือทุกอณูของชนเผ่าอ่าข่าเป็นภูมิปัญญา เป็นปรัชญาล้วนๆ ซึ่งก็เป็นความภาคภูมิใจสำหรับคนรุ่นหลังอย่างพวกเรา ผมไม่แน่ใจว่าใน 10 ปีข้างหน้า พวกเรายังจะเป็น “อ่าข่า” อยู่หรือเปล่า หรือยังจะเรียกตัวเองว่า “Aqkaq” อยู่ไหม







Aq zawr
Dzeiq dzanq 20 khovq taevq-aer dzanq gev-alaq
za ge-e tavq nar yawq jowr nav luq dzanq-e maq nger-a lor
ngaq-e ar mawq khawvq nymr ge ni gevq luvq mae siq
ยังมีเข็มขัดนะค่ะ
แบบว่าตอนวัยรุ่นจะใส่ที่มีแบบเบี้ยเยอะๆ
แต่ว่าคนที่มีครอบครัวแล้วจะใส่แบบธรรมดาน่ะค่ะ
คือมีเบี้ยที่แถบเดียว(ม้าง)
มีเอกลักษณ์ เท่ห์สวยงาม ตระการตาครับ
รักษากันไว้ครับ ที่อื่นไม่มี คนเมืองเสียตังค์ เพื่อมาชื่นชม
วัฒนธรรม ประเพณี การแต่งกาย คนบ้านเรา…