“วันหนึ่ง…หน้าประวัติศาสตร์อาข่าจะเป็นอย่างไร?” | I Am Akha, Aqkaq, อาข่า : เว็บอาข่า ข่าวอาข่า หนังอาข่า และเพลงอาข่า “วันหนึ่ง…หน้าประวัติศาสตร์อาข่าจะเป็นอย่างไร?”
เพลงอาข่า

“วันหนึ่ง…หน้าประวัติศาสตร์อาข่าจะเป็นอย่างไร?”


lochingcha16 “วันหนึ่ง…หน้าประวัติศาสตร์อาข่าจะเป็นอย่างไร?”

…เพราะสังคมที่หลายหลากทางวัฒนธรรม เพราะใจของแต่ละสังคมที่ไม่เหมือน ใช่ว่าอีกฝ่ายจะน้อมยอมรับอีกฝ่ายเสมอ แต่ก็ใช่ว่าทุกฝ่ายจะไม่ยอมรับเรา …วันนี้เราได้สู้ ทว่าต้องสู้อย่างสันติ เรียกร้องอย่างสันติ การชนะที่แท้จริง ไม่ใช่ให้สังคมยอมรับ หากแต่เราเองต้องเป็นมิตรกับอีกฝ่าย เห็นด้วยกับการที่พี่น้องอาข่าเราออกมาแสดงจุดยืน เพราะ ณ วันนี้ไม่ใช่อดีตที่เคยถูกอีกสังคมยัดเหยียดให้อีกต่อไป เพราะวันนี้เรามีหลายคนที่พร้อมเปล่งพลังเสียงไปพร้อมๆกัน อาจไม่ใช่หน้าที่โดยตรง ทว่าเป็นความรู้สึกจากจิตใต้สำนึกที่เราต้องร่วมด้วยช่วยกัน ณ วันหนึ่งสังคมที่เคยถูกตราหน้าโดยความต่างๆ อาจกลายเป็นแค่นิทานปรัมปราหรืออาจกลายเป็นประวัติศาสตร์ก็สุดแล้วแต่ ล้วนขึ้นอยู่กับเราทุกคน ณ วันนี้นี่เอง
…แม้นสองมืออันน้อยนิด กระบอกเสียงจะแหบและเหือดหาย หรือกายจะดับเป็นธุลีผง หากได้ลงมือทำแล้ว ความสำเร็จไหนเลยจะอยู่ไกล…

หากคิดย้อนกลับไปเมื่อครั้งที่คนสังคมนอกเข้ามาในสังคมอาข่าใหม่ๆ หากลองตั้งสมมติฐานดู อาจเป็นไปได้ไหมระหว่างคนที่เข้ามาหาข้อมูลกับคนอาข่าเราเกิดสื่อสารกันที่ผิดพลาด อาจเป็นไปได้ไหมที่คนอาข่า(บางคน) ที่ไม่เข้าใจจริงๆบอกข้อมูลที่ผิด อาจเป็นไปได้ไหมที่สังคมภายนอกจงใจทำเพื่อการค้าอะไรบางอย่าง หรืออาจเป็นไปได้ไหมที่เราเคยเป็นอย่างที่เขาว่า และอาจเป็นไปได้ไหมที่ข้อมูลที่เราพูดถึงกันอยู่ เป็นแค่เรื่องที่ใครบางคนปลุกปั่นขึ้นมา…

เพราะเราไม่สามารถหาคำตอบโดยการ คิดอย่างเดียวได้ ประวัติศาสตร์ การบันทึกต่างๆ ประเพณี วัฒนธรรม ต้องมีมูล ต้องมีหลักฐาน ทั้งนี้เพราะไม่มีข้อมูลใดได้บอกไว้ว่าสังคมอาข่ามีลานสาวกอดที่ชายหนุ่ม หญิงสาวมาเกี้ยวพาราสีกัน เพราะไม่มีข้อมูลไหนกล้ายืนยันว่าเป็นแบบนั้น เป็นแบบนี้ ครั้งถามเข้าจริงๆก็มักจะบอกว่า …เขาว่ากันอย่างนั้น เขาว่ากันอย่างนี้ หรือจะบอกว่า “ก็หลักฐานเขาเขียนไว้แบบนั้นอ่ะ” หากถามเข้าไปอีกว่า “แล้วคุณเชื่อในสิ่งที่เขาพูดนั้นหรือ?” ใช่ ทุกคนไม่กล้ายืนยันต่อ

เพราะสังคมที่ไม่รู้ในเรื่อง สังคมอาข่าจริงๆเข้ามาหาข้อมูล แล้วคัดเอาข้อมูลเพียงเศษเสี้ยวหนึ่งที่ไม่รู้ว่าจะเป็นข้อมูลถูกหรือเปล่า ไปเป่าประกาศ ไปทำโน่นทำนี่…สังคมอาข่าถึงถูกตราบาป

ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลจริง หลักฐานจริง หนึ่ง…ต้องได้รับการยอมรับจากคนที่เป็นเจ้าของวัฒนธรรมเองจากทุกฝ่าย สอง…เจ้าของวัฒนธรรมร่วมกันยืนยันว่าสิ่งนี้ใช่ สิ่งนี้ไม่ใช่ นั่นจึงจะเป็นข้อมูลที่ควรบันทึกได้ สาม…ไม่ว่าประวัติศาสตร์ชาติใดก็ตาม หลักฐานต้องมี มีไว้ยืนยัน

ณ วันนี้ถามสังคมภายนอกว่า “เอาหลักฐานมาดูสิ” แน่นอน สิ่งที่จะได้ยินมักไม่ใช่หลักฐาน แต่เป็นการบิดเบือน อ้างโน้น อ้างนี่ สารพัดอ้าง…

เพราะเราไม่สามารถเชื่อด้วยกัน ฟังตามๆกันมา…เพราะเราไม่สามารถเชื่อโดยอ้างว่าสืบๆกันมา…เพราะเราไม่สามารถเชื่อโดยการตื่นข่าว…เพราะเราไม่สามารถเชื่อโดยการอ้างโน้นนี่…เพราะเราไม่ สามารถเชื่อโดยการนึกเดาเอาเอง…เพราะเราไม่สามารถเชื่อโดยการคาดคะเน…เพราะเราไม่สามารถเชื่อโดยการตรึกตรองเอาการ…เพราะเราไม่สามารถเชื่อโดยการบอกว่า มันถูกต้องตามจารีตของเรา…เพราะเราไม่สามารถเชื่อได้โดยเห็นว่าผู้พูดนั้น น่าเชื่อถือได้…เพราะเราไม่สามารถเชื่อได้โดยถือว่า…เขาเป็นครูของเรา

ทว่าการเชื่อจะเป็นการเชื่อที่ถูกต้องที่สุด มาจากการที่เราพิจารณา มีหลักฐาน มีข้อมูล ซึ่งต้องเป็นหลักฐานจริง ต้นฉบับจริงๆ พิจารณาเห็นว่าสิ่งนี้ไม่มีผลร้ายต่อคนอื่น เห็นว่าสิ่งที่เป็นประโยชน์กับคนหมู่มาก เมื่อนั้นแล จะเป็นการเชื่อที่สมเหตุสมผลที่สุด

เพราะไม่มีลัทธิใด ไม่มีศาสนาใด สอนให้คนเชื่ออย่างผิดๆ ทุกศาสนาล้วนแล้วแต่เป็นวิทยาศาสตร์อยู่ในตัว คือเชื่ออย่างมีเหตุผล เช่นเดียวกัน อาข่าเรามี…มีเหตุผล

lochingcha15 “วันหนึ่ง…หน้าประวัติศาสตร์อาข่าจะเป็นอย่างไร?”

จริงอยู่ ข้อมูลของสังคมอาข่าถูกเขียนออกมาเป็นหนังสือหลายเล่ม หลายตำรา แต่แทบหาตำราที่คนเขียนเป็นคนอาข่า เกือบทั้งหมดล้วนแล้วแต่เป็นคนนอก และเพราะเหตุนี้นี่เองที่คนเขียนไม่ได้ร่วมวิถี ไม่เข้าใจอย่างถ่องแท้ ไปเขียน ไปบอกต่อๆ ผิดกันไปเป็นขบวน

icon sad “วันหนึ่ง…หน้าประวัติศาสตร์อาข่าจะเป็นอย่างไร?”

…สายน้ำที่ไหลผ่านไป ไม่สามารถไหลย้อนกลับมาได้อีกฉันใด ข่าวที่รั่วไหลไปผิดๆก็ไม่สามารถไหลมาให้แก้ไขแล้วไหลไปตามเดิมได้อีกฉันนั้น…

แต่ความจริงก็คือความจริง เพราะความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย

ต้องย้อนมาดูว่า ณ วันนี้ใครกันที่กำความจริง ใช่ เพราะเรากำลังพูดถึงสังคมอาข่า เรารู้สังคมอาข่าเองมากกว่าคนอื่น เรารู้ความจริงมากกว่าคนอื่น ด้วยเหตุนี้ เราจึงต้องกล้าจะแสดงจุดยืนว่า อะไรคือสิ่งที่เป็นตัวของเรา อะไรเป็นเพียงนิทานปรัมปราที่สังคมกลุ่มหนึ่งแต่งขึ้นเพื่อเล่าให้เด็กน้อย ฟังก่อนนอน

ทั้งนี้สามัคคีคือพลัง พลังที่จะดันให้เราได้ร่วมทำในสิ่งที่ถูก แก้ไขในสิ่งที่คนอื่นเขาทำผิดบนกระดาษข้อสอบของเรา เราต้องร่วมกันแก้ เพราะกระดาษข้อสอบฉบับนี้เป็นของเราทุกคน แต่หากถามว่าเราจะแก้เพื่ออะไร เพราะเรากำลังให้สังคมรู้ในสิ่งที่เป็นตัวเราจริงๆนั่นอง

เมื่อใดเรามีพลังในตัวเองพอ เราออกมาบวกกับอีกพลังหนึ่ง กลายเป็นสอง กลายเป็นร้อย กลายเป็นล้าน… เมื่อนั้นเราจักรู้ว่า การกระทำของวันนี้ เราคิดไม่ผิดเลย

ออกมาเปล่งพลังเสียงพร้อมๆกัน บอกไปว่าสังคมเราเป็นแบบนี้ บอกไปว่าสังคมไม่ได้เป็นอย่างที่เขาว่า อันที่จริงเราไม่จำเป็นร้อนตัว แต่ในกรณีนี้ ความรักในความเป็นอาข่า สายเลือดอาข่า บอกว่าอย่าปล่อยให้คนอื่นเข้าใจผิดไปเรื่อยๆ เดี๋ยวลูกหลานไม่ภูมิใจในความเป็นอาข่า ไม่ใช่ว่าเราร้อนตัว แต่หากไม่เรียกร้อง นั่นหมายถึงว่า เรายอมรับในสิ่งที่เขาว่า

เพราะเราต้องสู้กับความจริง เพราะพี่น้องอาข่าคือคนรู้ความจริง พี่น้องอาข่าเรานี่ต้องเป็นคนบอกสังคมว่า อะไรจริงไม่จริง

ในความเป็นจริงของโลกที่จารึก หน้าประวัติศาสตร์แบบผิดๆบ้าง คลาดเคลื่อนบ้าง  เลยทำให้ความภูมิใจในชาติมีไม่เต็มที่ ต้องมาทรยศชาติอยู่ร่ำไป

เพราะเหตุนี้นี่เอง วันหนึ่งหากรุ่นเราไม่ช่วยกันรักษาหน้าประวัติศาสตร์ไว้อย่างถูกต้อง ลูกหลานในอนาคต สักวันอาจเป็นอย่างสังคมที่ทรยศชาติ ทรยศตัวเองก็เป็นได้

…ขอเพียงสู้อย่างสันติ เพราะสันติในตัวเอง สันติกับเขา ก็สันติกับโลกด้วยเช่นกัน

icon idea “วันหนึ่ง…หน้าประวัติศาสตร์อาข่าจะเป็นอย่างไร?”

www.lochingcha.com

19/08/2553

Share This



1 Opinion To ““วันหนึ่ง…หน้าประวัติศาสตร์อาข่าจะเป็นอย่างไร?””

  • จริงสิ เราควรเป็นคนบอกพวกเขาว่า อาข่าเราเป็นอย่างไร

Leave Your Opinion

**โปรดสุภาพ เปิดกว้าง และตรงไปตรงมาบนพื้นฐานเหตุและผล

You can use these XHTML tags:<a href="" title=""> <abbr title=""> <acronym title=""> <b> <blockquote cite=""> <cite> <code> <del datetime=""> <em> <i> <q cite=""> <strike> <strong>


 

Enter your email address:

ท่านใดสมัครแล้ว กรุณาเช็คเมล์เพื่อคลิกลิ้งค์ยืนยันด้วยนะครับ


www.okmaxsite.com www.hmongok.com
www.9dern.com www.9dern.com
www.tlcthai.com ไฮ-ลาหู่หญ่า