ชีวิตที่ไม่สมหวัง ตอนที่ 12
ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอีกไหม แล้วพ่อของแกก็พูดขึ้นมาว่า ไม่อยู่ที่ไหนมา ทำไมไม่กลับมาอยู่ที่บ้าน โอ้ย……โล่งค่ะ ใจหายหมดไม่คิดว่าจะเป็นแบบนี้ แล้วพ่อแกก็บอกว่า “พ่อขอโทษนะ ให้กลับมาอยู่ที่ซะ”
แต่ลูกสาวก็ไม่ยอมอะไรง่ายๆ อยู่แล้ว แกพูดว่า “ ไม่” คำเดียว แล้วหันมาหาฉันแล้วพูดว่า “ม่าค่ะหนูไปก่อนนะ” แต่พ่อแกก็ยังพูดอีกว่า “พ่อขอโทษจริงๆ นะลูก” แต่ลูกสาวฉันไม่พูดอะไรเลย แล้วก็เดินออกไป สามีฉัน พูดกับฉันว่าเขาผิดเองผิดทั้งหมด ทุกอย่างที่เกิดขึ้น ที่มันเป็นอย่างนี้ ก็เพราะตัวเขาเอง เขาร้องไห้กับฉัน ขอโทษฉัน
แล้วพูดเหมือนกับคนที่กำลังจะจากกันไปไกลมากฉันจำได้ว่ามีอยู่วันหนึ่ง ฉันเห็นรถตู้คันสีขาวมาจอดหน้าบ้าน พอดีวันนั้นสามีไม่อยู่ฉันอยู่บ้านกับลูกสาวคนเล็กกันสองคน แล้วมีชายคนร่างสูงใหญ่ ใส่ชุดเหมือนคนมีหน้าทีการงานที่ดี เดินลงมาถามฉันว่า ฉันเป็นภรรยาของ นายเสือใช่ไหม?
ฉันก็บอกว่าใช่ แล้วเขาก็คุยถามต่างๆ นาๆ แล้วสุดท้ายถามฉันว่าอยากให้สามีของตายรึเปล่า? ฉันไม่ตอบอะไรและมองหน้าของเขาอย่างสงสัย แล้วเขาก็ไม่ได้ถามอะไรต่อแล้วก็ขอตัวกลับ ในเย็นวันนั้น ฉันรอสามีกลับบ้านทั้งคืนก็ไม่มีวี่แววเขาจะกลับมา ฉันรู้สึกไม่ค่อยดีเลย จากนั้นสามวัน ทางเจ้าหน้าตำรวจก็มาที่บ้านแล้วมาบอกฉันว่า สามีฉันเสียแล้ว ฉันไม่อยากจะเชื่อหูตัวเองเลย คิดอะไรไม่ออก ไม่รู้จะทำยังไง ก็เลยบอกให้น้องชายของฉันเอง ให้ไปแจ้งข่าวนี้ให้ลูกสาวคนโตทราบ
แล้วก็ให้ไปรับศพกลับมาด้วยที่โรงพยาบาลในตัวอำเภอ สามีฉันของฉันโดนยิงตายค่ะ แต่ไม่ทราบเป็นเพราะเรื่องอะไร มีความขัดแย้งอะไรกันก็ไม่ทราบ เพราะฉันไม่เคยทราบอะไรเลยเกี่ยวเรื่องงานของเขาเลย ถ้าถามว่าเสียไหม? ฉันรู้สึกงงๆ นะตอนนั้นและ รู้สึก สับสน ไม่รู้จะเริ่มต้นชีวิตใหม่กันยังไงดี ฉันต้องดูแลลูกสาวสามคนตามลำพัง
นับตั้งแต่นั้นมา รู้สึกว่ามันเป็นอะไรที่หนักมากสำหรับผู้หญิงคนหนึ่งที่ไม่รู้หนังสือ พูดภาษาไทยไม่ชัดเจน ต้องเลี้ยงดูลูกทั้งสามคนที่กำลังเรียนหนังสืออยู่ หลายอย่างที่ได้เรียนรู้กับชีวิตที่ผ่านมา ที่ได้ใช้ชีวิตกับผู้ชายอาข่าสามีของฉันคนนี้เขาเป็นแรกและเป็นคนสุดท้ายของฉันถึงแม้ว่าการแต่งงานของเราไม่ได้เกิดจากความรักแต่ความผูกพันธ์ก็ทำให้ฉันได้รู้ว่าฉันก็รักเขาด้วยเช่นกัน
ที่ผ่านมาฉันเคยคิดตลอดว่าทำไมต้องเป็นฉันที่ต้องเจอแบบนี้ ต้องจากบ้านเกิดเมืองนอนมาอยู่ต่างถิ่น ต่างเผ่าพันธ์ แต่พอมาตอนนี้ฉันรู้สึกว่าฉันดีใจที่มันเป็นแบบนั้นตั้งแรก ฉันรู้สึกว่าตอนนี้ตัวฉันเองเป็นคนอาข่าคนหนึ่ง ไม่ใช่คนจีน ดีใจที่ได้เห็นลูกสาวทั้งสามคนเป็นเด็กที่ตั้งใจเรียนมาก
ทุกวันนี้ ลูกสาวคนโตเรียนใกล้จะจบแล้วแกอยากเป็นนักกฏหมายและคงอีกไม่นานคงจะได้ช่วยเหลือชนเผ่าอาข่าด้วยกัน ลูกสาวคนที่สองกำลังเรียนแพทย์ คนนี้เธออยากเป็นแพทย์หญิงผ่าตัด ความฝันของแกอยู่ไม่ไกลเกินไปหรอกค่ะ
และคนสุดท้อง แกกำลังเรียนมัธยมต้นอยู่ค่ะ แต่คนนี้แกอยากเป็นตำรวจหญิง
ตอนนี้ครอบครัวของเรามีความสุขมากค่ะเรามีกันสี่คน และตัวของฉันเองก็หวังว่าครอบครัวของเราจะได้มีโอกาสรับใช้พี่น้องชนเผ่าอาข่า เพราะลูกๆของฉันศึกษาเพื่อที่จะรับใช้พี่น้องชนเผ่านั้นคือความฝันของพวกเธอทั้งสาม ขอบคุณพระเจ้าที่ให้เรามีวันนี้
ขอบคุณทุกท่านค่ะที่สระเวลาติดตามอ่านผลงานขององค์หญิงน้อยเจอกันใหม่ในเรื่องหน้านะค่ะ มีความสุขกันทุกวันนะค่ะ
องค์หญิงน้อย
ชีวิตที่ไม่สมหวัง ตอน 11
อะไรฉันนะ พ่อของแกก็ตะโกนบอกให้แกหนีไปไม่อย่างนั้นเขาจะฆ่าทิ้ง ฉันก็บอกให้ลูกฉันว่าหนีไป แต่แกไม่หนี แถบยังพูดอีกว่าจะฆ่าก็ฆ่าเลยพร้อมแล้ว ทุกอย่างจะได้จบๆไปซะที
แต่พ่อของเธอก็ไม่ฆ่า แต่ผลักลูกสาวไปติดผนังเลยชนิดที่ลูกสาวขยับตัวไม่ได้เลย แล้วฉันก็วิ่งออกไปข้างนอก ขอร้องให้คนช่วย แต่เชื่อไหมค่ะว่า ไม่มีใครเข้ามาช่วยเราเลย
เพราะมันเป็นเรื่องครอบครัว ไม่มีใครอยากยุ่ง แล้วสามีก็วิ่งตามออกมา จะมาตีฉันในระหว่างที่ฉันโดนซ้อมอยู่นั้นลูกสาวก็วิ่งออกมาแล้วตะโกนดังมากว่าหยุดได้แล้ว แต่สามีของฉันก็ไม่ฟังเสียงอะไรทั้งนั้น
แล้วลูกสาวก็กระโดดทีบพ่อของแกเองประมาณสองครั้ง แต่พ่อของแกเป็นคนตัวใหญ่เขาไม่เป็นไรหรอกค่ะ แต่ก็ทำให้เขาเลิกซ้อมฉันแล้วหันไปหาลูก แล้วพูดว่า “ไอ้ลูกบ้า มาถีบพ่อตัวเองได้ไง” แค่นั้นแหละค่ะ ก็เดินไปคว้าไม้ดิบๆ ที่ไหนมาก็ไม่รู้ แล้วจับแขนลูกสาวไว้แล้วตีลูก ชนิดที่แบบว่าไม้หักเป็นท่อนๆ สามท่อนเลย แล้วเลือดก็ไหลตามตัวของลูก
แล้วท้ายสุดก็ไปเอาตอไม้มาเพื่อที่จะฆ่าลูกให้ตายไปเลย ในระหว่างนั้นฉันบอกให้ลูกวิ่งหนี ตอนแรกแกไม่ไปแต่ก็มีคุณป้าคนหนึ่งดึงตัวเธอไป พอพ่อของแกเอาตอไปมาถึงลูกสาวก็ไม่อยู่แล้วก็เลยเอาตอไม้นั้นมาทุบฉันแทน จากนั้นฉันก็จำอะไรไม่ได้อีกเลย มีคนเล่ากันว่าฉันก็ดิ้นเหมือนสัตว์ตัวหนึ่งที่กำลังใกล้ตาย
แล้วก็สลบไปแล้วในคืนวันนั้น หลังจากที่ฉันฟื้นขึ้นมา ก็ทำอะไรไม่ได้ขยับตัวก็ไม่ได้ ตอนนั้นสามีของฉันไม่อยู่ ลูกสาวของฉันก็มาหาฉันแล้วบอกว่า “ม่าค่ะ หนูไม่อยากอยู่ที่หมู่บ้านนี้แล้ว
หนูจะไปจากที่นี่” แล้วลูกสาวฉันเด็กขนาดนั้นแกจะไปที่ไหนได้ล่ะค่ะ แล้วแกยังบอกอีกว่า อย่าบอกพ่อของแกนะ แล้วจะติดต่อกลับมาทีหลัง สักพักก็ได้ยินเสียงรถมาจอดหน้าบ้าน
ลูกสาวกลัวมากรีบวิ่งออกไปทางประตูหลังบ้าน เพราะจำเสียงรถพ่อของแกได้ แล้วจากนั้นฉันก็ไม่เจอลูกประมาณ 1 เดือน ฉันรอลูกติดต่อกลับมาทุกวัน รออย่างทรมารมาก เป็นห่วงมากเหมือนคนบ้าเลย
แต่ในที่ฟ้าก็ยังเมตตาอยู่บ้าน มีอยู่วันหนึ่งลูกสาวติดต่อมา แล้วถามฉันว่าพ่อแกอยู่ไหม? แกคิดถึงฉันมากอยากมาหา แต่กลัวพ่อ ฉันบอกไปว่าไม่อยู่ แล้วแกก็มาหาฉัน ลูกสาวเล่าให้ฟังว่าแกไปอยู่กับหลานชายที่เป็นลูกพี่ลูกของฉันเอง เขาเป็นคนจีนเป็นลูกคุณป้าของฉัน และขอร้องให้เขาไม่ให้บอกใคร ลูกก็ไปช่วยหลานชายดูแลเด็กเล็ก ช่วยสอนหนังสือบ้าง
เล่าให้ฟังตั้งเยอะแยะมากมาย แต่ฉันจำไม่ค่อยได้ เพราะดีใจมากที่ได้เจอลูก ช่วงระหว่างนั้นเรากำลังนั่งพูดกันอยู่ พอดีกับที่พ่อของแกกลับมาพอดี ลูกสาวไม่ทันได้หนี ก็เจอกับพ่อของแกอย่างจังๆ ฉันกังวลมาก
(เจอกันในตอนที่ 12)
ชีวิตที่ไม่สมหวัง ตอน 10
วันนั้นลูกก็โทรมาค่ะ แล้วก็บอกว่าแกอยู่ที่ไหน แต่แกบอกว่าจะกลับมาอีกไม่กี่วัน ฉันเข้าใจค่ะว่าลูกฉันคงเสียใจมาก ที่เจอแต่เรื่องแย่ๆ ตลอด แต่ยังไงช่วงนั้นก็ใก้ลสอบพอดี แกก็ต้องกลับมาสอบอยู่ดี
แกเป็นเด็กที่ไม่ยอมทิ้งการเรียนง่ายหรอกค่ะ อะไรจะเกิดขึ้นก็ตามแต่แกต้องเรียน เออ…ลืมบอกไปค่ะว่าสามีถูกจับเข้าคุกแล้วตอนนั้น ลูกก็กลับมาอยู่บ้านเรียนจนจบม.3 แล้วแกก็ไปสอบที่โรงเรียนในตัวเมือง แกบอกว่าจะเรียนสายอาชีพ ฉันก็ให้แกไปติวสอบกับเพื่อนของแกที่ในเมืองในตัวจังหวัด จนกระทั่งลูกสาวก็สอบติดตามที่แกหวังไว้ อีกประมาณ 15 วันก็จะเปิดเรียนแล้ว ลูกสาวแกดีใจมากเลยนะค่ะ (ยิ้ม)
แต่อย่างที่เขียนไว้ในชื่อเรื่องว่า “ชีวิตที่ไม่สมหวัง” จู่ๆ พ่อของแก ก็ออกมาจากคุก แล้วเกิดอะไรขึ้นล่ะค่ะ พ่อของแกบอกว่า ไม่ต้องไปเรียน ถ้าอยากเรียนก็ให้ไปเรียนาระยะสั้นที่วิทยาลัยสารพัดช่างแห่งหนึ่งในประเทศไทย แต่ลูกสาวไม่อยากไป ก็เกิดการทะเลาะเกิดขึ้นจนพ่อของแกลงไม้ลงมือตีลูกสาว และฉันผู้เป็นแม่เข้าไปห้ามก็โดนตีไปด้วย
ครั้งนั้นเรื่องที่เกิดขึ้นก็ถึงหูของคุณปู่ของลูกสาว ก็คือพ่อของสามีแหละค่ะ จนต้องมาช่วยแก้ปัญหาให้ คุณปู่ก็เลยเอาลูกสาวไปอยู่ด้วยที่บ้านใหญ่ แต่ฉันไม่อยากให้ไปค่ะ มันก็จริงอยู่ที่คุณปู่รักลูกสาวของฉัน แต่คุณย่าของเธอไม่รัก และอีกอย่างลูกๆ ของพี่ชายของสามีฉันก็เยอะมากเหมือนกัน แล้วลูกสาวฉันจะต้องไปอยู่ร่วมกันกับเด็กอื่น
ถึงแม้ว่าปู่จะอยู่ด้วย แต่ก็อยู่ไม่ตลอด แต่มันก็เป็นทางออกที่ดีที่สุดแล้ว ช่วงนั้นที่ฉันอยู่กับสามีและลูกสาวอีก 2 คน กัน ช่วงนั้นสามีฉันไม่ไปทำงานค่ะ มีตำรวจมาหาเขาตลอด แต่เขาบอกว่าเขาไม่อยากทำแล้ว อยากเลิก แต่อย่างที่เขาเคยพูดไว้ว่า ยังไงมันก็เป็นไปไม่ได้ที่เขาจะได้เลิกทำ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่ไปอยู่ดี ฉันก็ไม่รู้ว่าเขาคิดอะไรอยู่ แต่ฉันเห็นตอนดึกๆ เขาจะนั่งเขียนอะไรของเขาก็ไม่รู้ตรงหน้าโต๊ะทำงานของเขานั้นแหละ
ฉันก็ไม่รู้อ่ะนะ เพราะถึงแม้ว่าจะเห็นก็อ่านหนังสือไม่ออกอยู่ดีพอวันรุ่งขึ้น ฉันก็ไม่หาผักกับเพื่อนของฉัน ตามประสาของแม่บ้านด้วยกัน ฉันกลับจากการหาผักก็ประมาณช่วงเย็นๆ แล้ว ฉันก็เอาผักที่หามาได้เทออกแล้วจะคัดแยกตามประเภทของมัน แต่สามีฉันก็มาบอกฉันว่าเขาหน่ะ หิวข้าวให้ฉันทำอาหารเร็วๆ
แต่ฉันก็บอกว่าเดี๋ยวก่อนกำลังจะทำให้ ระหว่างนั้นเขาก็เขามาแล้วก็ควั้มถาดผักของฉัน แล้วก็ตะโกนใส่ฉัน และในขณะนั้นลูกสาวคนโตก็เดินเข้ามาในบ้านพอดี ก็เห็นเหตุการณ์ ก็เลยเข้ามาห้าม แล้วแกก็บอกกับพ่อว่าอย่าทำ
(เจอกันในตอนที่11)






