ที่อยู่เพลงชนเผ่าอาข่า หาฟังเพลงอาข่า
เวลาทำงาน เวลาอ่านหนังสือ เวลาทานข้าว พูดได้ว่า ทุกโอกาสผมมักจะฟังเพลงอาข่าประจำ แม้จะยืนยงอยู่ในเมืองศรีวิไลอันห่างไกลจากถิ่นฐานบ้านเกิด มีใครบ้างเหมือนปฏิบัติเหมือนผม เชื่อว่า มีหลายคนฟังเพลงอาข่าประจำ และเชื่อมั่นว่า หลายๆคนที่ดั้งด้นออกจากบ้านไปไม่ได้ฟัง อาจเป็นเพราะว่า อยู่ในสังคมเมืองที่ไม่อาจเปิดตัวได้ อาจเป็นเพราะว่า หาที่ฟังเพลงอาข่าไม่ได้ อาจเป็นเพราะว่า ฟังแล้วไม่รู้เรื่องทำให้ต้องทิ้งไป อาจเป็นเพราะจงใจไม่ต้องการฟังเพลง อาจเป็นเพราะว่า ไม่มีแรงจูงใจ หรืออาจเป็นเพราะว่า มันไม่ทันสมัยไปร้องที่ไหนไม่ได้ เป็นต้นแล.
ประมาณ 10 ปีที่แล้ว การจะหาฟังเพลงอาข่านั้น (สำหรับผม) ยากมาก ตอนผมอยู่ มัธยมต้น จนถึง ป.ตรี ปีแรก ยังฟังเพลงจากม้วนเทปอยู่เลย มีอยุ่ประมาณ 2-3 ม้วน ไม่มีโอกาสได้ฟังเพลงอาข่าจากแผ่นซีดี ไม่ได้ดูมิวสิควีดีโอเพลงเหมือนปัจจุบัน ผมจำได้อย่างแม่นยำ ช่วงที่เพลงอาข่าบูมมากที่สุด ก็คือช่วงที่นักร้องชายอาข่า มีชื่อว่า “จังโบ” (jarbo) จากประเทศจีน มาแสดงคอนเสริต์อาข่าในประเทศไทย ช่วงนั้นเองที่มีโอกาสได้ฟังแผ่นเพลงซีดีอาข่า
สำหรับผมในยามที่เหงา ท้อแท้ หรือหมดกำลังใจ ทางหนึ่งคือ หันเข้าหาฟังเพลงอาข่า มีบทเพลงอาข่ามากมายทำให้คลายเหงา คลายความคิดถึง ให้กำลังใจ เพิ่มพลังในการดำเนินชีวิต ให้แง่มุมคติสอนใจอาข่า ซึ่งก็หาฟังได้ตามโลกอินเตอร์เน็ต เช่น youtube และตามเว็บชนเผ่าอาข่า
ปัจจุบันหาฟังเพลงอาข่าได้ง่ายมาก แค่เราเข้าไปในโลกอินเตอร์เน็ต โดยเฉพาะเว็บขึ้นชื่ออย่าง youtube มีพี่ๆน้องๆอาข่าได้อัพโหลดไว้มากมาย เพียงแค่เราใช้คีย์ค้นหาใน google หรือ youtube เช่น คำว่า เพลงอาข่า akha song akha music or aqkaq เมื่อค้นหาแล้วจะโผล่รายการเพลงออกมามากมาย คลิกตามไปฟังจากลิงค์ต่างๆนั้นได้เเลย
ท่านที่อัพโหลดเพลงอาข่าไว้ใน youtube ที่ค่อนข้างมาแรง และอัพเดทตลอดเวลา นับได้มีไม่กี่ท่าน โดยมีการใช้ชื่อในการอัพโหลดเพลงต่อไปนี้
- Akhasong ตอนนี้มีเพลงอาข่าทั้งหมด 71 เพลง มีการอัพเดทอย่างสม่ำเสมอ มีทั้งเพลงอาข่าไทย เพลงอาข่าจีน และเพลงอาข่าพม่า เพลงส่วนใหญ่จะเ้น้นเนื้อหาอาข่าโดยตรง
- Chaiceenee มีเพลงอาข่าอยู่ทั้งหมด 22 เพลง ส่วนใหญ่เป็นเพลงอาข่าจากประเทศจีน (เป็นน้องอาข่าจากบ้านแม่เต๋อ)
- Akhamalay ส่วนใหญ่เป็นเพลงอาข่าจากพม่า (Merma Dawq car) มีเพลงพม่ารวมอยู่ด้วย ไม่ได้นับดูว่า มีเพลงอาข่าเท่าไร แต่ค่อนข้างเยอะเเหมือนกัน มีการอัพเดทอย่างสม่ำเสมอด้วย
- Lochingcha เป็นน้องที่รู้จักกัน มีเพลงอาข่าอยู่ทั้งหมด 45 เพลง มีทั้งเพลงอาข่าไทย อาข่าจีน และอาข่าพม่า น้องคนนี้ได้อัพโหลดเพลงฮานีอาข่าไว้เยอะเลยทีเดียว ( ใครยังไม่เคยฟังเพลงฮานีอาข่า..ตามไปฟังได้)
- Charat1982 มีอยู่ทั้งหมด 40 เพลง น้องคนนี้อัพโหลดเพลง จังโบ ไว้เยอะเลยทีเดียว ตั้งแต่ชุดแรกถึงชุดปัจจุบัน
นอกเหนือจากชื่อข้างบนแล้วก็มีชื่อ khonakha danrtavzaq somboonstudio eturet Prisananana Aeksaje annenunutun tonzung Sinsouk CarlZha เป็นต้น เท่าที่ดูรายชื่อเหล่านี้แล้วยังอัพเพลงไว้ได้ไม่เยอะ
ตอนนี้ผมกำลังรวบรวมเพลงเหล่านี้ให้มาอยู่ในที่เดียวกัน โดยสร้างหน้าหน้าเว็บเพลงอาข่าขึ้นมา (พูดไว้ในบทความที่แล้ว) ตามไปฟังกันได้ที่ ฟังเพลงอาข่า
เพราะอะไรต้องฟังเพลงอาข่า จากบ้านมานาน มาอยู่ในสังคมเมือง โอกาสที่จะสื่อด้วยภาษาอาข่ากันและกัน แทบจะไม่มีเลย วันวานพูดไทย พูดฝรั่ง พูดภาษาต่างชาติพันธุ์ ขณะเพื่อนอาข่าด้วยกันยังพูดภาษาไทยอยู่ตลอดเวลา อย่างนี้มีโอกาสที่จะลืมเลือนภาษาและวัฒนธรรมตนเองหรือเปล่า??
ผมมั่นใจว่า ถ้าฟังเพลงอาข่าประจำ ช่วยให้ไม่ลืมภาษาได้ ช่วยให้ไม่ให้ละเลยประเพณีวัฒนธรรมได้ ช่วยจรรงโลงใจไม่ให้ลืมชาติกำเนิดได้ ช่วยให้สำนึกรักบ้านเกิดได้ ช่วยให้ธำรงรักษาประเพณีของตนเองไว้ได้ แม้จะไม่เต็มร้อยเปอร์เซ็นก็ตาม ท้ายสุดอาจช่วยให้ท่านยังมั่นคงนับถือบรรพบุึรุษนานเท่านาน…
บทเรียนชีวิตสาวดอย
กาลครึ่งหนึ่งนานมาแล้วมีครอบครัวชนเผ่าอาข่าอยู่ครอบครัวหนึ่ง ประกอบด้วย พ่อแม่ และ สองสามีภรรยา คือ นายอาผ่า และนางหมี่มา ซึ่งนายอาผ่าและนางหมี่มาพึ่งแต่งงานกันได้ไม่นานม ส่วนสถานะครอบครัวของพวกเขานั้นถือว่าร่ำรวยที่สุดในหมู่บ้าน ทุกคนในหมู่บ้านต่างก็ให้ความเคารพนับถือครอบครัวนี้เป็นอย่างดี
หมี่มามีนิสัยที่ชอบดูถูกคน ชอบโอ้อวด ชอบใช้อำนาจไมเว้นกระทั่งผู้เฒ่าผู้แก่ในหมู่บ้าน เธอจะใช้อำนาจและทำตามใจตนเองอยู่เสมอ แต่อาผ่าผู้เป็นสามีนิสัยตรงกันข้ามกับหมี่มาผู้เป็นภรรยมาก เพราะนิสัยที่แตกต่างกันของทั้งสองจึงทำให้มีปัญหาและไม่เข้าใจกันชอบทะเลาะกันอยู่เสมอๆ อยู่มาได้ไม่นานหมี่มาก็ตั้งท้อง ทุกคนในครอบครัวต่างก็ดีใจและมีความสุข โดยเฉพาะ นายอาผ่า ผู้ที่กำลังจะเป็นพ่อคน ในขณะที่หมี่มาตั้งท้อง เธอมักชอบพูดว่า ลูกของเขานั้นต้องเป็นเด็กที่ สวย น่ารัก ดูดี ขยัน และเชื่อฟังคำสั่งสอนของพ่อแม่อย่างแน่นอน อีกทั้งจะต้องไม่เหมือนลูกของใคร

เพื่อนบ้านคนหนึ่ง ชื่อ อะพีหมี่ตู่ มีลูกสาวซึ่งค่อนข้างมีพฤติกรรมไม่ดีเท่าไรนัก ชาวบ้านชอบว่านินทา ลูกสาวของเขาหนีตามผู้ชายไปแล้ว ยังไม่เคยกลับมาเยี่ยมหาแม่อีกเลย อะพีหมี่ตู่ได้แต่เสียอกเสียใจ และได้แต่รอคอยการกลับมาหาของลูกสาว อยู่มาวันหนึ่งหมี่มา กับ อะพีหมี่ตู่ได้มีปากเสียกัน วันนั้น หมี่มาโกรธ และโมโหมาก เธอจึงพูดออกไปว่า
”ก็เพราะอย่างงี้ไงลูกแกถึงไม่อยู่ด้วย มีลูกก็เหมือนไม่มี แถมยังหนีตามผู้ชายไปอีก หน้าสมเพชจริงๆ ป่านี้คงจะท้องป่องแล้วก็ไม่รู้ สมน้ำหน้าจริงๆ จนแล้วยังไม่เจียมตัวอีก ฉันขอให้แกอยู่คนเดียวอย่างงี้ไปตลอดชีวิต สุขใจจริงๆโว้ย!! มีลูกก็ไม่รักดี สมน้ำหน้าจริงๆ’’ ในขนาดที่หมี่มาหัวเราะใส่ อะพีหมี่ตู่สวนกลับทันทีว่า ”แล้วข้าจะคอยดูว่าลูกของเธอนั้นจะดีจะเด่นอย่างที่เองพูดไว้ไหม ข้าจะจำคำพูดของเองไว้แล้วจะคอยดู” พออะพีหมี่ตู่พูดเสร็จ เธอก็วิ่งออกไปจาก ณ ที่นั้นโดยทันทีที่พูดจบ….
หลายเดือนผ่านไป หมี่มาก็คลอดลูกสาว สร้างความปราบปลื้มให้กับครอบครัวอย่างมาก อาผ่าตั้งชื่อให้ลูกว่า “หมี่จู” หมี่มาทั้งรักและเอาใจใสเป็นอย่างดี ทั้งเอาอกเอาใจให้ทุกอย่างที่ลูกเขาต้องการ จน..หมี่จู กายเป็นเด็กเอาแต่ใจตนเอง ไม่ยอมใคร อยากได้อะไรก็ต้องได้ ขัดใจไม่ได้เลย เธอจะไม่สนว่าใครจะเป็นอย่างไร ขอแค่ตนมีความสุข และได้อย่างที่ต้องการก็พอ
ส่วนผู้เป็นพ่อ ไม่สบายใจที่ลูกสาวกลายเป็นคนมีนิสัยแบบนั้น คอยสอนและตักเตือนลูกสาวเขาอยู่เสมอว่าอะไรดี อะไรไม่ดี แต่จะดุด่าว่าสอนอะไรไม่ได้นัก เพราะแม่คอยให้ท้ายลูกสาวอยู่ตลอดเวลา หมี่จู จึงได้ใจมาเรื่อยๆจนเติบโตเป็นสาว หมี่จูเขาเติบโตมาด้วยความสุขสบาย ไม่เคยทำงานทำการช่วยครอบครัวเลย วันๆเอาแต่อยู่บ้านอย่างสบายๆถึงเวลากินข้าวก็กิน เที่ยวไปตามหมู่บ้านต่างๆ และยังชอบหาเรื่องผู้คนไปทั่ว จนติดเป็นนิสัย
ฐานะครอบครัวแย่ลงเรื่อยๆ ตั้งแต่มี หมี่จู สมบัติที่หามาได้ก็โดนลูกสาวผลาญจนเกือบหมด อยู่มาวันหนึ่งมีชายหนุ่มจากในเมืองเข้ามาในหมู่บ้าน ได้ข่าวว่ามาหาคนงานรับเข้าไปทำงานในเมือง แต่ก็ไม่ทราบว่าให้ไปทำงานเกี่ยวกับอะไร พอหมี่จู ได้ยินก็สนใจที่อยากจะเข้าไปทำงาน เพราะเขาคิดว่า ถ้าอยู่ในเมือง เขาจะต้องสบาย ไม่ต้องทนฟังคำสั่งของใคร ต้องรวย ต้องสวย ไม่ต้องลำบากอีก งานก็คงไม่หนักอะไรมากมาย หมี่จู จึงเข้าไปสอบถามชายหนุ่มนั้น ว่าถ้าไป จะต้องทำอย่างไรบ้าง ต้องเอาอะไรไปบ้าง และชายหนุ่มก็ตอบมาว่า
”ไม่ต้องเอาอะไรไปมากมาย แค่เอาเสื้อผ้า และเงินติดตัวไปนิดหน่อย ”แล้วหมี่จูก็ตัดสินใจเก็บเสื้อผ้า พร้อมกับไปบอกพ่อกับแม่ เขาจะไม่อยู่ที่บ้านนี้แล้ว เขาจะลงไปใช้ชีวิตอยู่ในเมือง แต่หมี่มาและอาผ่าไม่ยอมให้ลูกสาวลงไปทำงานในเมือง เพราะกลัวว่า ลูกสาวอาจจะถูกหลอกไปทำงาน
หมี่มา ”แม่ไม่ให้ไปนะหมี่จู อยู่กับแม่ที่บ้านนะลูก แม่ขอร้อง อย่าไปเลย แม่รักลูกนะ ที่ไหนๆ ก็ไม่เหมือนบ้านบนดอยของเรานะลูก อย่าไปเลยนะ แม่ขอร้องนะหมี่จู ลูกแม่”
หมี่มาผู้เป็นแม่ทั้งเสียใจ และร้องไห้ ในขณะที่ขอร้องหมี่จู่ เธอแทบจะขาดใจ เพราะลูกสาวสุดรักของเขากำลังจะจากเธอไป
หมี่จู ”พ่อกับแม่ไม่ต้องมาห้ามลูก ลูกตัดสินใจดีแล้ว ห้ามพ่อกับแม่มายุ่งกับลูกอีก ลูกจะไปตามทางของตนเอง ลูกกำลังจะไปได้สบาย มีเงินมีทองใช้ แต่นี้ไป ลูกจะไม่โผล่หน้ากลับมาให้พ่อกับแม่ได้เห็นอีก”
หมี่จูเธอทั้งต่อต้าน และไม่ยอมฟังอะไรทั้งนั้น แล้วก้าวเดินออกจากบ้านโดยทันทีที่พูดจบ หมี่มากับอาผ่าเสียใจมากที่ไม่สามารถรั้งลูกสาวไว้ได้
หลายวันต่อมาหมี่มากับอาผ่าก็ออกเดินประกาศไปตามหมู่บ้านต่างๆว่าถ้าใครพบเจอลูกสาวของพวกเขาก็โปรดช่วยส่งข่าวกลับมาให้ด้วย จะมีค่าตอบแทนให้อย่างงาม
แล้วหมี่มากับอาผ่าก็รอแล้วรอเล่า เป็นเดือน เป็นปี ก็ยังไม่มีวี่แววได้ข่าวลูกสาวพวกเขา แล้วอยู่ๆหมี่มาก็นึกถึงตอนที่เขาต่อว่า ‘อะพีหมี่ตู่’ คำพูดวันนั้นย้อนศรกลับหาตัวเองและครอบครัว หมี่มาเธอทั้งเสียใจและร้องไห้ ในขณะที่หมี่มาร้องไห้อยู่นั้น ที่หญิงสาวคนหนึ่งมายืนอยู่หน้าบ้าน พร้อมกับหอบเด็ก และถือกระเป๋าใบใหญ่อยู่หน้าบ้าน
”แม่!! หนูขอโทษ!!”
พอหมี่มาได้ยินก็รีบลงมาดูให้แน่ใจว่าเป็นใครพอเธอเห็นเท่านั้นแหละ! เธอก็รีบวิ่งไปกอดหญิงสาวคนนั้นโดยทันที ซึ่งก็เป็นหมี่จูลูกสาวของเขานั่นเอง แล้วหมี่มาก็ได้กล่าวกับลูกสาวเขาว่า
หมี่มา ”นั่น เด็ก!!”
หมี่จู ”แม่ค่ะหนูขอโทษ หนูผิดไปแล้วอภัยให้หนูด้วยนะคะ พวกมันหลอกให้หนูไปขายตัวค่ะแม่”
หมี่มา ”ห๊า หา!!! อะไรนะ ขายตัว!!งั้นหรอ?’
หมี่จู ”ใช่ค่ะพวกมันหลอกให้หนูไปขายตัว ระยะเวลาที่อยู่ที่นั่นมันทรมานมากเหมือนกับอยู่ในคุก
ไม่ได้ออกไปไหนมาไหนเลย หนูพยายามหนีหลายครั้งแต่ก็ไม่สำเร็จ พอถูกจับได้ต้องโดนตบตีให้อดข้าว อดน้ำ อย่างทรมานมาก แล้วพอหนูตั้งท้องพวกเขาก็ไล่หนูออกโดยไม่มีเยื่อใยเลย ส่วนพ่อของเด็กก็ทิ้งหนูและลูกไป หนูผิดไปแล้วจริงๆหนูเดินทางผิดไปแล้ว หนูสำนึกผิดแล้ว ขอให้หนูได้กลับมาอยู่บ้านเหมือนเดิมนะคะ”
พอหมี่จูเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับเขาจบ ทุกคนในครอบครัวก็ร้องไห้และเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับหมี่จู ไปตามๆกัน รวมถึงอาผ่าผู้เป็นพ่อด้วย
หมี่มา ”ในเมื่อลูกก็สำนึกผิดแล้วคิดได้แบบนี้พ่อกับแม่ก็ดีใจที่ลูกกลับตัวได้และพร้อมที่จะให้อภัยเสมอ”
อาผ่า ”อืม …. ใช่ถ้าคิดได้แบบนี้ก็ดี เรื่องอะไรที่ผ่านมาก็ถือสักว่า เป็นบทเรียนของชีวิตแล้วกัน”
หมี่มา ”เรากลับมาอยู่ด้วยกันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตากันสักทีนะ”
หมี่จู เธอซาบซึ้งมากที่ทุกคนในครอบครัวเขาเข้าใจ แล้วเธอก็คิดว่า ต่อไปนี้จะเป็นลูกที่ดีและจะเป็นทั้งพ่อทั้งแม่ให้กับลูก และจะดูแลลูกของเขาให้ดีที่สุด
ขอฝากคติพจน์ไว้เตือนใจนะคะ
ความสุขมิได้อยู่ที่ความมั่งมี การทำใจให้พอดี คือยอดความสุข และ คนดี ดีกว่าของดี มีคนดี ดีกว่ามีของดี อยากเป็นคนดี ต้องทำความดี
ปล. เป็นการเขียนบทความครั้งแรกของหนูนะค่ะ ช่วยติชมด้วย จะได้ฝึกปรือต่อไป
ขอบคุณภาพจาก น้องทีน่า







