เพลงอาข่า

“กลืนโดยไม่เคี้ยว…สิ่งที่อาข่าควรรู้”

 

“กลืนโดยไม่เคี้ยว…สิ่งที่อาข่าควรรู้”

สังคมอาข่าไม่ว่าจะเป็นไปในทิศทางไหน ย่อมขึ้นอยู่กับการกำหนดร่วมของคนหมู่มาก ระบบสังคมไม่ได้วางอยู่บนไหลคนเพียงผู้เดียว ทว่าผู้เดียวสามารถเป็นประกายไฟให้อีกหลายคนร่วมกำหนดทิศทางได้

ระบบสังคม วิถีชีวิตของอาข่าที่กำลังผกผันจากอีกมุมหนึ่งเมื่อหลายปีก่อน กลายเป็นอีกมุมหนึ่งในปัจจุบัน แน่นอนว่าเหตุที่เราเปลี่ยนเพราะต่างอยากให้สังคมได้พัฒนา ทันสังคม ทันโลก และอีกนานาเหตุผล……………….

เมื่ออิทธิพลกลไกของระบบนอกที่เข้ามาในวิถีชีวิตอาข่า หลายกลุ่ม หลายคน หลายหมู่บ้านปรับตัวไม่ทัน จะเป็นการรู้ไม่เท่าการณ์ก็ตามแต่ เป็นอันว่าต้องเดินกระท่อนกระแทกเป็นตามๆกัน

มีคนกระหายน้ำอยู่สองคน คนแรกเจอบ่อน้ำกระโจนเข้าไปดื่มอย่างอดใจไม่ไหว กับอีกคนหนึ่งซึ่งกระหายไม่แพ้กันกับคนแรก เห็นบ่อน้ำ แต่ก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะกระโจนเข้าไปดื่ม มองดูบ่อน้ำนั้นอย่างพิเคราะห์ว่าพอจะดื่มให้กระกายได้หรือไม่ เมื่อตริตรองเสร็จแล้วก็ค่อยๆตักมารินกิน หายชื่นใจ  จะเห็นได้ว่า ระหว่างคนสองคน คนแรกมีโอกาสเสี่ยงต่อการเกิดปัญหามากกว่าคนที่สอง น้ำในบ่ออาจมีพิษ อาจมีมูล ซาก ฯลฯ จะเห็นได้ว่าการลงลายละเอียดในสิ่งที่เล็กๆน้อยๆไปถึงงานระดับช้างนั้น แน่นอนผลลัพธ์ที่ออกมาจะต่างกัน

lochingcha13 “กลืนโดยไม่เคี้ยว…สิ่งที่อาข่าควรรู้”

หากเปรียบความเชื่อสรรพสิ่งทั้งปวงเป็นลูกแอ๊ปเปิ้ล แน่นอนก่อนจะเชื่อ ก่อนจะกลืน ก็ต้องเคี้ยว ยิ่งเคี้ยวละเอียดเท่าไหร่ ยิ่งดีต่อสุขภาพ ระบบขับถ่าย

ไม่ใช่ทุกคนที่กลืนโดยไม่เคี้ยว แค่บางครั้งกระหายมากไปหน่อยกระมัง………

จากเดิมที่วิถีอาข่าของเรายังมีขนบธรรมเนียมที่สวยงาม แต่ดูเหมือนจะกลายเป็นแค่ความฝันที่ครั้งหนึ่งเกิดขึ้นในอดีตเท่านั้นเอง อาจมีอยู่ ทว่ามันไม่เหมือนเดิม เมื่อกลายเป็นแค่อดีต ในอนาคตใครจะรู้มันอาจกลายเป็นแค่นิทานปรัมปราที่ผู้ใหญ่จะเล่าให้เด็กๆฟังก่อนนอนเท่านั้นเองก็เป็นได้

เพราะความเป็นวิถีไม่ได้เกิดขึ้นมาในชั่วขณะ แต่มันต้องใช้ระยะเวลาฝนร่วมๆมาเป็นเวลาอันยาวนาน จากวิถีหนึ่ง สู่วิถีหนึ่ง หล่อหลอม กว่าจะถ่ายทอดลงมาถึงรุ่นเวลานี้ แน่นอนต้องผ่านแดดที่แผดเผาเกือบไหม้ ฝนที่กระหนำลงมากำลังจะสลายละลายไปในก้นปฐพี โดยไม่มีใครตักตวงไว้

น่าเสียดายไม่น้อย แต่ก็อดสูไม่แพ้กันที่ต้องทำให้บรรพชนรับรู้ว่า เยาวชนรุ่นเราเป็นผู้หลงลืมอะไรบางอย่างที่ผู้วายชนม์ได้สั่งสมไว้เมื่อครั้นดำรงชีพ

ไม่ได้บอกให้เคี้ยวน้ำ หากแต่การเคี้ยวน้ำ บางครั้งดีกว่าการดื่มลงไปโดยไม่ดูถี่ถ้วน สิ่งที่ควรเคี้ยวก็เคี้ยว

สังคมอาข่ากำลังเปลี่ยน สิ่งที่ต้องตระหนักรู้คือ การปรับตัวให้เท่าทัน การรู้อย่างชัดแจ้งถึงสิ่งที่เข้ามา อย่าได้ให้อิทธิพลนอกเข้ามาทับเส้นสายวิถีที่เราเป็น

ใช่ว่าถนนทุกเส้นมีก้อนกรวดเสมอไป เพียงแต่ทุกครั้งที่เราเดิน ต้องเอาใจใส่กับการย่างก้าวของเราให้ผ่านไปด้วยดีเท่านั้นเอง ย่างกรายออกไป พร้อมๆกัน

คนอาข่าไม่ว่าจะเป็นอาข่าในประเทศอะไรก็ตามแต่ ดูเหมือนปัญหาที่ทุกฝ่ายเผชิญต่างไม่พ้นปัญหาที่ต้องเผชิญกับความเปลี่ยนแปลง เช่นว่าวัยรุ่นที่รู้ขนบธรรมเนียมประเพณีน้อยลงรับอิทธิพลนอกมากเกินไป ฯลฯ

ของดีและไม่ดีจะอยู่ในที่ที่เดียวกัน เพียงแค่เราจะเลือกดึงจุดใดออกมายืนบนเวทีเท่านั้นเอง คุณก๊องชา นักร้อง นักแต่งเพลงอาข่า ได้บอกไว้ว่า “มีดจะดีหรือไม่ดีอยู่ที่คนใช้ หากว่าใช้มีดเพื่อไปฆ่าคน มีดนั้นย่อมติดมลทิน หากว่านำมีดไปตัดไม้ มีดก็เป็นมีดที่ดี”

ใบไม้ที่ร่วงโรยแสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลง สายธารที่ไหลเชี่ยวกราดแสดงให้เห็นถึงสิ่งที่เราไม่สามารถยืดไว้ได้นาน นกน้อยที่โผบินแสดงให้เห็นถึงอิสระของการมีชีวิต

สังคมอาข่าเป็นสังคมเสรี มีอิสระ ฉะนั้นการมีชีวิตเพื่อสิ่งหนึ่งสิ่งใด ย่อมเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล เฉกเช่นเดียวกับที่อาข่าเราจะนับถือ หรือจะเชื่อตามวิถีใดก็ตามแต่ ไม่ถือว่าผิดหรือแปลกแยกแต่อย่างใด ไม่ว่าอาข่าจะเป็นอาข่าอะไร ล้วนแล้วแต่มีเลือด มีจิตวิญญาณอาข่าทั้งสิ้น

อาข่า ณ วันนี้ ยังต้องการทุกคน ความเป็นจิตวิญญาณของอาข่ามีในตัวของทุกคน เลือดอาข่า วิญญาณอาข่าจะยังคงสืบต่อไป

.

.

.

อีกครั้ง ที่ไม่ควรผิดซ้ำสอง ผมอยากเคี้ยวก่อนกลืน แม้กระทั่งน้ำ ผมก็ยังเคี้ยว!

 

 

www.lochingcha.com

01/08/2553

“ครั้งหนึ่งเคยกอดแม่…ร่างที่ไร้วิญญาณ”

“ครั้งหนึ่งเคยกอดแม่…ร่างที่ไร้วิญญาณ”

Untitled 1 “ครั้งหนึ่งเคยกอดแม่…ร่างที่ไร้วิญญาณ” ……ขี่ยานเวลาย้อนวันวานที่เคยเป็นละอ่อน ดูเหมือนหลายสิ่งยังคงประทับตราตรึงใจยังไม่ขาดหาย ความทรงจำอันอบอุ่น การละเล่นเหมือนเด็กทั่วไป และที่สำคัญ ตอนนั้น

icon redface “ครั้งหนึ่งเคยกอดแม่…ร่างที่ไร้วิญญาณ” “ผมยังกอดแม่อยู่”

 ใช่ครับ…นั่นเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตตอนที่ผมยังไม่เข้ามาอยู่ในแดนศรีวิไลเช่นนี้ จะว่าไปแล้ว หลายครั้งที่พบพานนานาปัญหา ทำให้จิตวิญญาณของความเคยเป็นเด็กกลับมาสิงร่างใจอีกครั้ง อยากกอดแม่ อยากร้องไห้งอแงให้แม่ปลอบ อยากให้แม่ต้มน้ำอุ่นๆอาบให้ อยากกินอาหารฝีมือแม่……

“บางทีการเป็นเด็กไร้เดียงสา มีความสุขมากกว่าคนมีวิชาความรู้มากมายหลายร้อยเท่านัก”

…หญิงคนหนึ่งที่แบกร่างเด็กน้อยวัยแปดขวบ ขณะที่มองเห็นเส้นทางเพียงลางๆ แต่หญิงผู้นี้ตัดสินแบกร่างเด็กน้อยคนนี้ไปหาผู้ใหญ่บ้านที่มีความชำนาญเรื่องตำราแพทย์อาข่า

คุณเดาไม่ผิดหรอกครับ เด็กน้อยกำลังป่วย เด็กน้อยป่วยกลางตีสอง เหตุผลเดียวที่หญิงคนนี้ที่แบกเด็กน้อยมา คำตอบคือ “แม่รักลูก”

เด็กน้อยคนนั้น วันนี้เขาบอกว่าเขาไม่มีหญิงคนนั้นแล้ว เหตุเพราะเมื่อหลายปีก่อน หญิงคนนี้ป่วยหนัก แต่ที่น่าเศร้าที่สุดคือ เด็กน้อยไม่ทันได้เห็นแววตา และลมหายใจเหือดสุดท้ายของหญิงคนนั้น ใช่ หญิงคนนี้เป็นแม่ของเด็กคนนั้น

เด็กน้อยเติบโตวัยสิบขวบ ต้องมาพรากแม่ ผู้เป็นที่รัก ใครๆก็ย่อมเสียใจ แม้แต่ผมก็เสียใจ

แปลกไหม ที่เราต่างก็รู้ทั้งรู้ว่าวันหนึ่ง คนเราต้องตายจากไปในวันหนึ่ง ไม่มีใครจะอยู่คู่ฟ้า คู่เดือนเราต่างรู้ดี กับคนอื่นที่เราไม่รู้จัก ไปจากโลกนี้ มันแทบไม่มีผลทางจิตใจนัก แต่กลับคนใกล้ชิด และยิ่งเป็นญาติ เรายิ่งทำใจลำบาก

วันที่เด็กน้อยคนนี้กลับมาจากถิ่นอื่น ที่ลาการเรียน ขึ้นมาบ้าน หวังว่าจะได้มาพบหน้าแม่ และเยี่ยมแม่ที่นอนป่วยอยู่

ณ เวลานั้นเด็กน้อยไร้เดียงสาจริงๆคนนี้ ไม่รู้แม้กระทั่งว่า แม่ของตนจากไปไกลโขแล้ว

เหตุที่เด็กน้อยไม่รู้ นั่นเพราะไม่มีใครบอก เด็กน้อยกำลังเข้าค่ายลูกเสือ เหลือแค่ไม่กี่วันก็หมดค่าย แต่ไม่ทัน แม่ไปก่อนแล้ว ลูกยังไม่กลับมาอีก

เห็นทิวทัศน์หุบเขาอีกครั้ง ตอนที่เด็กน้อยกลับบ้าน มีคนไปรับที่ปากทาง ไม่มีเสียงใดๆ ไม่มีใครบอก คนขับเงียบ…

 เด็กน้อยสังหรณ์ใจตั้งแต่ตอนอยู่ค่ายลูกเสือว่าต้องเกิดอะไรขึ้นกับผู้เป็นแม่แน่ๆ ทำไมพี่สาวไม่เห็นบอกอะไร ทุกคนปกปิด……

อนึ่งแม่เข้ามาในฝัน ตอนที่เด็กน้อยนอนกลางสนามค่าย

เสร็จค่าย เด็กน้อยรีบกลับ ใช้เวลาค่อนครึ่งวันกว่าจะถึงบ้าน…….บนดอย

รถที่วิ่งขึ้นดอยมาหลายโค้ง จอดวางท่าที่หน้าบ้าน เต็มไปด้วยผู้คน เต็นท์ที่ถูกกางบนลานบ้าน กาน้ำชาที่กำลังต้มเดือดพล่าน คนเฒ่าคนแก่กำลังนั่งคุย พลันหันหน้ามาหาเด็กน้อย

เด็กน้อยอึ้งไปชั่วครู่…..โรงศพอยู่หน้าบ้าน

icon cry “ครั้งหนึ่งเคยกอดแม่…ร่างที่ไร้วิญญาณ”   

ไม่ต้องอธิบาย เวลานี้เด็กน้อยรู้ทุกอย่างแล้ว……..

เด็กน้อยเห็นร่างของผู้เป็นแม่ในวันที่แม่นอนแนบนิ่งดั่งท่อนไม้ ไม่พูด ไม่สบตา ไม่ยิ้ม แม่นอนนิ่ง เด็กน้อยน้ำตาคลอ เข้าไปกราบแม่ที่ปลายเท้า โอบกอดเป็นครั้งสุดท้ายบนร่างไร้วิญญาณ….

เด็กน้อยไม่พูดอะไร มีคนพยายามอธิบายเหตุผลที่ปกปิดไว้ แต่ก็ไม่ได้ผล เด็กน้อยนั่งทื่อฟังอย่างไร้จิตไร้ใจ

“ว่ากันว่า หากเรารู้จักความตายแล้ว การตายก็เป็นเพียงการนอนหลับอย่างหนึ่ง ทว่าเป็นการนอนหลับที่ยาวนานที่สุด”

ณ วันนี้เห็นใครๆก็จัดวันแม่ กราบแม่ ไหว้แม่ ทว่าเด็กน้อยคนนั้น มีความรู้สึกต่างจากคนอื่นตรงที่ เขาไม่อยากให้วันแม่มีเพียงวันเดียว ทำไมเขาต้องกราบแม่ กอดแม่แค่ในวันแม่กัน เด็กน้อยบอกว่าตัวเองไม่อยากมีวันแม่อีกแล้ว เพราะเขาไม่มีแม่ให้กอด นี่อาจเป็นความคิดที่ดูคับแคบไปหน่อย แต่เด็กน้อยก็รู้สึกแบบนั้นจริงๆ

ความพรากพลาดมาเยือนได้เสมอ และเรื่องนี้ก็ได้มาเยือนเด็กอาข่าคนหนึ่งแล้วเมื่อหลายปีก่อน…ความตายพรากกายได้ แต่ไม่เคยพรากใจเราสองแม่ลูก

“ไม่มีประโยชน์อะไรทั้งสิ้นหากคิดเสียใจ จมปลักกับอดีต”

เด็กน้อย แม้จะเสียใจก็จริง แต่ครั้งหนึ่งแม่เคยบอกไว้ว่า “เพราะความยากไร้ของเรา การศึกษาสามารถยกระดับให้เจ้าได้” เด็กน้อยไม่เคยลืม เด็กน้อยต้องอยู่กับปัจจุบัน อยู่กับความจริง คำเดิมๆของแม่ยังลอยเวิ้งว้างในใจเสมอ

กาลเวลายิ่งผ่านไป เหมือนความเดิมตอนที่แล้ว กลับมาฉายในใจอีกครั้ง นับวันภาพที่เคยเลือนลาง กลับมาชัดเจนอีกครั้ง ความเดิมไม่ได้มีตอนเดียว…….

เพราะเด็กน้อยรู้ว่า แม่เฝ้ามองดูอยู่ แม่ยังรักลูกเสมอ และแม่ก็รู้ว่า “ลูกรักแม่เสมอ”

“เราจะรู้สึกเสียดายกับโอกาศที่ครั้งหนึ่งไม่ได้ทำ แต่วันนี้คุณมีโอกาศ อย่าปล่อยให้โอกาศนั้นหลุดลอยไป มิเช่นนั้นคุณจะรู้สึกเสียใจเหมือนเด็กน้อย”

รักแม่ให้มากๆนะครับ…..

 Untitled 21 “ครั้งหนึ่งเคยกอดแม่…ร่างที่ไร้วิญญาณ”

ใช่…..หากเลือกได้ เด็กน้อยอยากกลับมาเกิดเป็นลูกของแม่คนเดิม ไม่ว่าที่ไหน ไม่ว่าเป็นอะไรก็ตามแต่

หนึ่งเหตุผลคือ ลูกยังไม่ได้โอบกอดแม่ตอนอายุยี่สิบกว่านั่นเอง

icon cry “ครั้งหนึ่งเคยกอดแม่…ร่างที่ไร้วิญญาณ”

 www.lochingcha.com

12/08/2553

“แม่สาย…ที่ที่ไม่เคยเว้นว่างเด็กขอ…..”

icon neutral “แม่สาย…ที่ที่ไม่เคยเว้นว่างเด็กขอ…..” เด็กน้อยตัวนิดๆกับน้องๆอีกสองสามชีวิตที่ทั้งอุ้มไว้หน้าท้อง ทั้งจูงไว้ที่แขน และอีกทั้งแบกไว้ที่หลัง เดินเตร่ๆ เร่ร่อนไปมา ใครเดินผ่านเป็นต้องยกมือไหว้เสมอ เมื่อผู้คนที่เดินผลุกผล่านเข้ามา เด็กน้อยเหล่านี้ก็จะวิ่งกรูเข้าไป ไหว้ กราบ แล้ว แบมือ “ช่วยหนูด้วย” เด็กน้อยไม่เลิกราต่อคำพูดของใคร เด็กน้อยไม่สนว่าใครคนอื่นจะรู้สึกอย่างไร เด็กน้อยยังทำหน้าที่ ขอ ขอ และ ขอ…

lochingcha12 “แม่สาย…ที่ที่ไม่เคยเว้นว่างเด็กขอ…..”

ใช่ ภาพเหล่านี้หาได้ไม่ยาก เชื่อว่าหลายคนเคยเห็นมากับตา และอีกหลายคนเคยพบเจอกับตัวเอง เด็กน้อยๆมีหน้าที่อะไร ทำไมเด็กน้อยเหล่านี้ต้องมาทำงานแบบนี้ มันไม่ใช่งาน ไม่ใช่หน้าที่สักหน่อย เด็กน้อยหลายคนกำลังง่วนอยู่กับตำรา หลายคนกำลังละเล่นสนุกสนาน แต่ทำไมเด็กน้อยเหล่านี้ถึง…

เด็กน้อยเหล่านี้ เขาเป็นใคร ใช่ ผมไม่รู้ว่าเขาเป็นใคร แต่ก็พออนุมานได้ว่า เขายากจน เขาไม่มีอะไรกิน คนอื่นก็อาจคิดเช่นเดียวกับผม หรือพ่อแม่บังคับให้เขามาทำแบบนี้ หรือว่าพ่อแม่ไม่อยู่ หรือว่าไม่มีพ่อแม่ เขาถึงต้องมารับภาระอันหนักอึ้งเฉกเช่นนี้ ความคิดต่างๆนาๆผุดขึ้นมาในใจให้ได้ขบคิดตลอดเวลา  คิดแล้วน่าสังเวชใจกระไรเช่นนี้

icon cry “แม่สาย…ที่ที่ไม่เคยเว้นว่างเด็กขอ…..”

ไม่มีใครอยากเกิดมาพบเจอสภาพแบบนี้ เชื่อว่าเด็กเหล่าไม่มีโอกาส ไม่มีทางเลือกจริงๆ เด็กอยากได้โอกาส อยากให้สังคมเหลวแล แต่ที่เห็น เด็กเหล่านี้ได้กลายเป็นพลเมืองชั้นสอง ไม่มีสัญชาติ ไม่มีประเทศ ไม่มีบ้าน ไม่มีแม้กระทั่งรายชื่อที่อยู่ในสารระบบโลก

เขาอยู่บนโลกนี้ไม่ใช่หรือ เขาก็เป็นมนุษย์เฉกเช่นเรา ที่เราพูดกันอยู่ทุกวันนี้ว่า ต้องมีมนุษยธรรมนั้น เราต้องมีกับใคร ให้กับทุกคนที่เป็นมนุษย์ ให้กับสิ่งมีชีวิตมิใช่หรือ

…เด็กน้อยๆกำลังหิว ผู้เป็นพี่กำลังอ้อนวอนผู้ใจบุญ แบมือ ไหว้ กราบ ขอ เดินเข้าไป ใกล้ๆ

ใช่…ขอ และกำลังขอ

วันเวลาผ่านไป เด็กน้อยขอได้อันน้อยนิด ไม่พอกิน ให้น้องๆสองสามคนก่อน ตัวเองยอมอด

ภาพเหล่านี้เราพบเจอเสมอ หลายคนที่เห็นมักจะตั้งคำถามต่างๆนาๆ ว่าทำไม อย่างไร อะไร เพื่ออะไร จะเป็นยังไงต่อ…

เด็กหลายคนที่กำลังขออยู่นี้ บ้างโชคดีที่ได้ขนมกิน บ้างโชคดีที่ได้เศษสตางค์เหลือๆจากการซื้อของของผู้ใจบุญ บ้างได้มาด้วยหยาดเหงื่อจริงๆ และเชื่อไหม เด็กหลายคนที่กำลังเดินอยู่บนเส้นทางนี้ เขาไม่ได้เดินหลง แต่มีคนผลักให้เขาเหล่านั้นเดินหลง มนุษยธรรมในตัวมนุษย์กำลังถดถอย โลกกำลังจะลุกเป็นไฟ ทำได้ลงคอ เขาลักพาเด็กน้อยๆเข้าสู่กระบวนการค้า เข้าสู่สารระบบเศรษกิจ การค้าประเวณี นี่หรือมนุษย์ มนุษย์ขายมนุษย์กิน

เด็กน้อยๆถูกชักชวนให้ไปทำโน่นทำนี่ เด็กน้อยถูกยื่นข้อเสนอแบบปฏิเสธไม่ลง เด็กน้อยไม่รู้อะไร เด็กน้อยกำลังโต กำลังกิน คนกลุ่มหนึ่งได้ทำให้หลายชีวิตที่บริสุทธิ์เดินหลงทาง

เด็กเหล่านี้ไม่ใช่ใครอื่นไกล ส่วนใหญ่คนใกล้บ้านนี่เอง ไม่มีสัญชาติ พม่าไม่เอา ไทยไม่ต้อนรับ ไม่มีที่อยู่ เร่ร่อน เฉกเช่นสัมภเวสีหรือ? เขาก็มีหัวใจนิ

แม่สาย แม่สาย เด็กที่ผมพูดถึง เขาอยู่แม่สาย ไม่ใช่สิ เขาไม่มีที่อยู่ แต่ผมไปเจอที่แม่สาย

ฟ้ายังมีตา มนุษยธรรมไม่ได้ไปไหน มนุษยรักสันติภาพ รักมวลมนุษย์ด้วยกัน ที่ผมพูดเช่นเพราะ มุมหนึ่งของความโหดร้าย ยังมีคนกลุ่มหนึ่ง ไม่ลืมเด็กๆเหล่านี้ เชื่อว่าสังคมเห็นอะไรมากกว่าที่ผมเห็น คนหลายกลุ่มจับมือกับหลายคน หลายคนกลายเป็นองค์กร มูลนิธิ มากมาย เพื่อหยิบยื่นโอกาสให้กับเด็กเหล่านี้ ให้เขาได้พบความสุขที่แท้จริง และให้เด็กเหล่านี้รู้สึกว่า ฉันอยู่ในดาวเคราะห์ที่ชื่อว่าโลก ฉันอยู่ในแผนที่ที่มีชื่อว่าประเทศไทย ไม่จำเป็นว่าอยู่ละติจูด ลองจิจูดเท่าไหร่ เด็กกลับมาอยู่ในอ้อมแขนของมนุษย์ด้วยกันเท่านั้นพอ :–:

 

หลายองค์กรยอมสละตนมาเพื่อเป็นปาก เป็นกระบอกเสียงแทนเด็กๆเหล่านี้ เพื่อขอพื้นที่คืนในฐานะมนุษย์คนหนึ่งพึงจะมี เด็กหลายคนที่ผมได้สอบถาม เขาต่าง

บอกว่าอยากให้สังคมยอมรับ อยากได้รับความช่วยเหลือจริงๆ อยากได้บัตรจากนายอำเภอ อยากเรียนหนังสือ ไม่อยากลบๆซ่อนๆ หนีๆ

มือน้อยๆ หลายๆมือ กลายเป็นมือใหญ่ ช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เพื่อนพ้อง น้องพี่ ญาติมิตร เราเป็นครอบครัว

โลกนี้ยังหมุน ดอกไม้ยังไม่เลิกผลิบาน นกน้อยยังส่งเสียงร้องทักทายให้ได้ยิน ต้นไม้ที่ปลูกไว้ข้างหลังบ้านยังไม่ตาย กำลังแตกกิ่งก้าน

ด้วยสองมือ สองมือมนุษย์กับสมอง ทำอะไรได้มากกว่าที่เราคิด

ผมกำลังจะจากเด็กน้อยๆเหล่านี้ ตอนนี้เขาโชคดีที่มีคนหลายๆกลุ่มยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ เขามีโอกาส แม้ไม่ใช่โอกาสที่สมบูรณ์ แต่ก็เป็นโอกาสที่ริเริ่มด้วยแสงปลายอุโมงค์ อีกไม่นาน เชื่อว่าพระอาทิตย์จะสาดแสงเล็ดลอดเข้าไปทับทาทั่วพื้นที่ ด้วยมือของทุกคนที่ร่วมแรงร่วมใจกัน

เด็กน้อยโบกมือลา ด้วยสายตาน้ำตาคลอ เหมือนต้องการจะบอกว่า “กลับมาอีกนะ”

ใช่ เด็กน้อย “ฉันจะกลับมา”

ขอมอบกำลังใจเล็กๆให้กับเด็กๆที่ด้อยโอกาส เด็กๆที่สังคมมองไม่เห็น เด็กๆที่เร่ร่อนอยู่ที่แม่สาย

ขอให้มีชีวิตที่เปี่ยมไปด้วยความสุขนะครับ

icon mrgreen “แม่สาย…ที่ที่ไม่เคยเว้นว่างเด็กขอ…..”

www.lochingcha.com

17/07/2553


 

Enter your email address:

ท่านใดสมัครแล้ว กรุณาเช็คเมล์เพื่อคลิกลิ้งค์ยืนยันด้วยนะครับ


www.okmaxsite.com www.hmongok.com
www.9dern.com www.9dern.com
www.tlcthai.com ไฮ-ลาหู่หญ่า
Page 25 of 48« First...5101520...2324252627...30354045...Last »