เพลงอาข่าที่รัก
Audio clip: Adobe Flash Player (version 9 or above) is required to play this audio clip. Download the latest version here. You also need to have JavaScript enabled in your browser.
ทำนอง : กรเกรียรติ์ สุภาวรรณ์
เรียบเรียง : จวน ไชยรังษี
....อาข่าที่รัก..... โอ้ป่าเขาลำเนา บนดอยมีสาวงามอาข่า ดอยที่สูงเสียดฟ้า ยังมีสาวงามน้ำใจดี ณ ที่บนดอยแห่งนี้ ครั้งก่อนเคยมีความสัมพันธ์ยังจำ ได้อยู่กินกับน้อง เราสองคนสุขสันต์ทุกคืนวัน นานนับวันผ่านเป็นเดือน เหมือนวันพรากจากกันไม่มี เคยมีเราสองคนเคียงคู่กัน ใต้แสงดาวเงาจันทร์ ลำธารน้ำตกหลากไหล ยังฝังใจครั้งวันเคยมี สาวอาข่าแสนดี ที่เคียงคู่..... เราเคยไปทำไร่ด้วยกัน ยามดอกไม้บาน ป่าเขาสองเราแสนสุข อยู่นานหลายคืนวัน มันเคยเป็นความจริง ครั้งเราได้มาพบกัน วันนี้คงเหลือเพียงแค่ความหลัง ยังตรึงใจ....
ทีมา musicatm.com
เด็กชนเผ่าอาข่ากับโฆษณาดัง กรุงไทย แอกซ่า ประกันชีวิต
สวัสดีท่านผู้อ่านครับ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าทุกคนสุขสบายดี หลายๆท่านคงแปลกใจกับบทความบนเว็บ iamakha.com ว่าทำไมหน้าแรกยังเป็นเรื่องเดิมๆ โดยเฉพาะท่านที่เข้ามาอ่านอย่างสม่ำเสมอ ( อย่างสม่ำเสมอ..คิดเอาเองครับ) ใจจริงตัวกระผมก็อยากอัพเดทอย่างสม่ำเสมอให้ท่านได้อ่านกันนะครับ แต่ด้วยภาระหน้าที่ทำให้ทิ้งช่วงไป แต่ก็ไม่ใช่เหตุผลข้อนี้อย่างเดียว
ในบางครั้งผมก็หมดองค์ความรู้เหมือนกัน ไม่รู้จะเขียน หรือถ่ายทอดเรื่องอะไรให้ได้อ่านกันดี และอีกเหตุผลหนึ่ง อาจเป็นเพราะว่า ต้องเป็นผู้จัดการคนเดียวในเว็บนี้ ตั้งแต่ต้น ผมก็พยายามหาเพื่อนๆอาข่ามาช่วยกันขีดเขียน ลงเรื่องราวอาข่าให้ได้อ่านกัน แต่จะหาเพื่อนที่จะร่วมทางเดินไปด้วยกัน ยากยิ่งที่จะเจอที่มีอุปนิสัยใจคอเดียวกัน อาจด้วยภาระหน้าที่ของแต่ละคนที่ต้องรับผิดชอบกันไป
วันนี้ขอหยิบยกเรื่องของเด็กชายอาข่าคนหนึ่งที่ได้รับโอกาสเป็นตัวนำแสดง (พระเอกอาข่า) ในโฆษณาของกรุงไทย แอกซ่า ประกันชีวิต แต่น้อยคนนักที่จะรู้ว่า เด็กชายในโฆษณานี้ เป็นเด็กอาข่า จริงๆผมก็ไม่รู้ว่า เด็กคนนี้ เป็นอาข่า พอดีพี่ๆใน facebook บอกมาอีกทีหนึ่ง
เด็กคนนี้มีชื่อว่า โรโต ชื่อที่เรียกในโฆษณา (ผมได้ยินประมาณนี้) ถ้าเรียกตามภาษาอาข่าก็น่าจะชื่อว่า “หล่อโด่ว” หรือ Lawqdoq ซึ่งน้องโรโตอาศัยอยู่กับคุณยาย (ย่า หรือ ยาย ไม่ทราบ..เดาเอา) ซึ่งยายมีอาชีพทอผ้าขาย
น้องโรโตมีความฝันที่อยากไปโรงเรียน อยากเรียนหนังสือกับเพื่อนๆ แต่ความฝันนั้นยังเป็นแค่การสร้างวิมานบนอากาศเท่านั้น เพราะไม่มีเงินซื้อเครื่องอุปกรณ์การเรียน
ทุกๆเช้าน้องโรโต จะมานั่งเฝ้าอยู่หน้าบ้านเสมอเพื่อที่จะมองดูเพื่อนๆไปโรงเรียน เพื่อนๆที่เดินผ่านหน้าบ้านไปก็มักจะทักน้องโรโตเสมอๆว่า “เฮ้ย…โรโต” จากนั้น ก็ฝึกเขียนตัวหนังสือบนดินในหน้าบ้านต่อ…และน้องโรโตมักจะไปยืนกอดรั้วประตูโรงเรียน มองดูเพื่อนๆวิ่งเล่น มองเดูชุดนักเรียนของเพื่อนๆ มองดูโรงเรียน และมองดูเพื่อนๆเรียนหนังสือ จากนั้นก็กลับไปบ้าน
เช้าวันหนึ่ง ทันทีที่น้องโรโตตื่นขึ้นมาก็พบว่า มีสมุด หนังสือ ปากกา ดินสอ มาวางอยู่ข้างหน้า ทำให้น้องโรโตอมยิ้ม มีความสุข มีใบหน้าแจ่มใส ผลันก็คิดในใจว่า “จะได้ไปโรงเรียนแล้ว จะได้เรียนหนังสือแล้ว” ก่อนจะไปโรงเรียน น้องโรโตวิ่งไปกอดคุณยายด้วยความดีใจ
“เราเชื่อว่า สิ่งเล็กๆสร้างโอกาสที่ยิ่งใหญ่ได้ เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ที่ยั่งยืนให้กับชุมชนในภาคต่างๆ” กรุงไทย แอกซ่า ประกันชีวิต
ประวัติศาสตร์ชนเผ่าฮานี-Origin of the Hani People ตอน 3 จบ
เหมือนเทพ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คอยคุ้มครอง ปกป้อง รักษาชาวฮานี สัญลักษณ์นกนี้ยังคงนำมาซึ่ง ผาสุก ให้กับชาวฮานี และได้กล่าวขาน เล่าถึง บอกเล่าตำนานถึงสิ่งศักดิ์เหล่านี้ในชนเผ่าฮานีมาจนถึงปัจจุบัน
หน้ากากรูปคน ที่เป็นสัญลักษณ์ สือถืงว่ามีประวิตศาสตร์มายาวนาน มีความลับบางอย่างที่คล้ายคลึงกับวิธีการในการเก็บน้ำใช้ของชนกลุ่มหนึ่ง มีการสืบทอดโดยภาษาพูด ปากต่อปากมายาวนาน เป็นชนเผ่าที่สืบหาวิถีการดำรงชีวิตที่มีความสมบูรณ์และสวยงามมากที่สุดชนเผ่าหนึ่ง
哈尼人从哪里来”ฮา นี เยิน โชน น๋า หลี่ ไล๋” คนฮานีมาจากไหน?

ก็ยังมีหลายที่ที่น่าสงสัย เช่น แม่น้ำ “ตู จาน เยี้ยน” เป็นแม่น้ำที่มีการคมนาคมที่มีการพัฒนามาเรื่อยๆของเมืองจีน มีคนผู้หนึ่งซึ่งเป็นแม่ทัพ ชื่อ “หลี่ปิ่น”กับ ลูกของเขา สันนิษฐานว่า หลี่ปิ่น เป็นคนตะวันตกเฉียงเหนือ ซึ่งเชื่อว่า เป็นเผ่าชนกลุ่มน้อยของจีน หลี่ปิ่นได้อาศัยแม่น้ำสายนี้ในการใช้สอย โดยการแยกออกเป็น 2 สาย คือ มีสายนอก กับ สายใน และวิธีการกักเก็บน้ำ เช่น เขื่อนเก็บน้ำ ซึ่งมีความซับซ้อนและสร้างขึ้นมาโดยอย่างชาญฉลาด และเป็นวิธีที่ไม่ใช่ง่ายเลย ก็ได้ทำให้ประชากรได้รับผลประโยชน์อย่างมากมายๆ นี่ก็เป็นวิธีที่อย่างที่คิดค้นขึ้นมาในการใช้สอยน้ำ
เวลาก็เหมือนสายน้ำที่ไหลไปตามกาลเวลา อย่างยาวนาน เราก็สามารถเห็นคนฮานี มีวิธีกักเก็บน้ำโดยใช้ไม้ไผ่มาสานแล้วเอาก้อนหินโยนเข้าไปไว้ กักเก็บน้ำ ดังในวิดีโอ เหมือนคนที่อยู่ใน “ซื่อ ซัว”四川。แต่ก็ไม่อาจฟันธงได้ว่า ชาวฮานีเคยอยู่ที่นี่หรือไม่ แต่ก็สามารถบอกได้ว่า คนที่อยู่ที่นี่ “ซื่อ ซัว”四川。มีความสัมผัสที่เหมือนกันอย่างชัดเจน ซึ่งถ้าเราดูในแผนที่เราจะเห็ฯว่า
“ซื่อ ซัว”四川。อยู่เหนือ “ยู นาน” ขึ้นไป เป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ที่อยู่ใน “ซื่อ ซัว”四川。มีการเก็บรักษาเครื่องปั้นต่างๆ เช่นที่ปรากฏอยู่ในวิดีโอ
รูปปั้นที่ตั้งอยู่เหล่านี้ๆ มีความคล้ายครึงกับรูปปั้นที่เก็บไว้ในพิพิธภัณฑ์ที่ มลฑลยูนาน ของเผ่าฮานี ซึ่งรูปปั้นคนสามรูปนี้ก็บอกถึงคนสมัยก่อนที่สืบทอดกันมา รูปที่หนึ่ง ที่สอง ที่สาม ตามลำดับ มีศิลปะ และการออกแบบเหมือนกันทั้งสามรูป และสาเหตุที่ทำให้คนเหล่านี้ย้ายถิ่นฐานก็คือสงครามตามที่ปรากฏเป็นรูปปั้นสงครามที่เห็นในวิดีโอ ที่เป็นรูปปั้นคน สามคนที่ปรากฏในวีดีโอ ยุคนั้นผ่านไปแล้วก็ปรากฏ คนอีกกลุ่มหนึ่งขึ้นมา ย้ายลงมา ทางมลฑล ยูนาน พม่า ลาว ไทย ซึ่งรูปปั้นที่ปรากฏเป็นนรูปคนนั้นก็เหมือนรูปปั้นคนที่ปรากฏในพิพิธภัณฑ์ที่ มลฑลยูนาน ซึ่งคนฮานีก็คือคนที่อยู่ใน ทางตะวันตกเฉียงเหนือของคนจีนนั่นเอง แต่ชาวฮานีก็ได้เดินทางลงมาทางใต้ไกลมาก

ซึ่งพี่อาข่าคนนี้ก็อธิบายรูปคนที่ปรากฏใน “ซื่อ ซัว”四川。กับที่ ยูนาน มีความคล้ายกัน โดยเฉพาะที่จมูก ซึ่งบ่งบอกถึงความชัดเจน
ยืนยันได้ว่า ชาวฮานีปัจจุบันก็คือ เผ่าหนึ่งของจีนที่เก่าแก่ ที่อยู่ในทาง ตะวันตกเฉียงเหนือของจีน (ทางเหนือ)
คนกลุ่มนี้ชื่อเผ่าว่า “ตี๋ ฉาน เยียว มู้ มิน จู”: ซึ่งก็ค่อยๆ เปลี่ยนไปตามกาลเวลา เมื่อมีความเจริญพัฒนามากขึ้น ทำให้กลายมาเป็นชื่อ ว่า
哈尼族 (“เผ่าฮานีจู๋)
ในเมืองไทยก็เรียกว่า อาข่า และ ที่โดดเด่นมากของ เผ่าอาข่าฮานี ของเราคือ วิธีการทำนาขั้นบันได ที่เมืองจีน ยูนาน กับที่เมืองไทยก็เหมือนกัน สาเหตุที่ต้องอพยพ เพราะสงคราม สภาพความเป็นอยู่ ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทำให้ชาวฮานีอพยพลงมาทางใต้ของจีนหาสถานที่ดำรงชีวิตที่ดีกว่าเดิม อุดมสมบูรณ์กว่าเดิม เมื่อมาถึงสถานที่เหมาะสม ณ มลฑลยูนาน ที่นี่เองทำให้ชาว ฮานี (ชาวอาข่า) ตั้งถิ่นฐานในมลฑลนี้จนถึงปัจจุบัน ที่เรารู้กัน ว่า ชาวฮานี อาศัยอยู่ในมลฑลยูนานของจีน
จากใจผู้แปล juanhao สมาชิกเว็บคนอาข่า
ท่านที่อ่านคำแปลของผมคงอ่านแล้ว อาจจะงงบ้าง และจับเนื้อเรื่องอาจจะยากนิดหนึ่ง เพราะผมเเปลเพียวๆและศัพท์บางคำก็แปลยากมาก ศัพท์บางคำก็ไม่รู้เพราะเป็นคำศัพท์เฉพาะๆ แต่โดยรวมแล้ว ก็ทำให้ผู้อ่านทุกคนเข้าใจ มากขึ้นว่า ชาวฮานี หรือ อาข่าที่เรียกกันในเมืองไทย มีประวัติศาสตร์ที่ยาวนาน และมีขนบธรรมเนียมประเพณีที่สวยงาม มีความเจริญรุ่งเรืองทั้งทางด้านวัตถุและทางด้านวัฒนธรรม ความรู้ ปรัชญา ฯลฯ อีกมากมาย






