เสน่ห์บ้านม้งแปดหลัง
วันนี้ขอเสนอหน้าโปรโมทบ้านตนเองสักหน่อย ไม่รู้ว่าจะสามารถถ่ายทอดภาพหมู่บ้านตนเองให้ทุกท่านติดอกติดใจได้มากน้อยแค่ไหน ให้สมกับการตั้งชื่อหัวข้อบทความว่า "เสน่ห์บ้านม้งแปดหลัง" เอาเป็นว่า จะพยายามดึงเอาเสน่ห์ของหมู่บ้านออกมาให้ทุกท่านได้เห็นภาพชัดเจนมากที่สุด และจะพยายามไม่ทำให้ผิดหวังกับคำว่า "เสน่ห์บ้านม้งแปดหลัง" หลายท่านอาจแปลกใจกับชื่อหมู่บ้าน ว่าทำไมชื่อว่า บ้านม้งแปดหลัง มีแค่แปดหลังคาเท่านั้นเองหรือ แล้วทำไม Editor ผู้เป็นชนเผ่าพื้นเมืองอ่าข่าอย่างผมไปอยู่ในหมู่บ้านนี้ได้ ทั้งที่ชื่อหมู่บ้านขึ้นต้นด้วยชื่อ "ม้ง" Editor อยู่ที่นั่น หมู่บ้านก็น่าจะขึ้นต้นด้วยชื่ออ่าข่า
เอาเป็นว่า ผมจะขอเล่าแบบย่อในบทความนี้เป็นลำดับต่อไปแล้วกันนะครับ ผู้เฒ่าผู้อาวุโสเล่าให้ฟังว่าแต่เดิมหมู่บ้านนี้มีอยู่กันแค่ 8 หลังคาเรือน ชนเผ่าม้งเข้ามาตั้งรกรากก่อน ต่อมามีทั้งชนเผ่าม้งและชนชนเผ่าอ่าข่าได้ย้ายเข้ามาอยู่อาศัยเพิ่ม ปัจจุบันบ้านม้งแปดหลังมีบ้านอ่าข่าอยู่ 5 หลังคาเรือน จำนวนประชากรประมาณ 30 คน ถือว่าน้อยมากเมื่อเทียบกับชนเผ่าม้ง จริงๆแล้วแต่เดิมนั้นคนอ่าข่ามีอยู่ 40 กว่าหลังคาเรือน แต่เมื่อ 10 ปีก่อนมีหลายครอบรัวได้ทะยอยย้ายออกไปอยู่หมู่บ้านอื่น ต่อๆมาก็มีครอบครัวอื่นๆย้ายตามไปอยู่ด้วย ส่วนใหญ่ย้ายไปอยู่ที่หมู่บ้านหัวยใคร้ และห้วยไร่ อ.แม่สาย จ.เชียงราย
เล่าแต่ประวัติหมู่บ้านแล้วจะหาเสน่ห์ของหมู่บ้านเจอไหมเนี่ยะ!!! จะลองเฟ้นหาเสน่ห์ของหมู่บ้านดูขอไปทีละขั้นแล้วกันนะครับ โดยอาจจะเริ่มต้นจากสิ่งที่ผมเห็นว่า น่าจะเสนอเป็นอันดับแรกมากที่สุด หรือเด่นที่สุดไปหาสิ่งที่เป็นทั่วๆไป ขอเริ่มต้นที่ความเป็นอัตลักษณ์ตัวตนก่อนนะครับ ผมหมายถึงเสน่ห์แห่งความเป็นดั้งเดิม ทั้งคนอ่าข่าและม้งในบ้านม้งแปดหลังยังคงนับถือดั้งเดิมบรรพบุรุษ (ancestor) ก็หมายความว่า ประเพณีวัฒนธรรมของทั้งสองชนเผ่ายังคงรักษาอยู่ดังเดิม ท่านใครไปหมู่บ้านในช่วงเวลาที่มีเทศกาลต่างๆท่านก็จะได้พบเห็นความเป็นดั้งเดิม กลิ่นไอแห่งมนต์เสน่ห์หมู่บ้าน การละเล่นต่างๆในช่วงเทศกาล มีโล้ชิงช้า เล่นลูกข่าง การกินไข่แดง และโยนลูกช่วงปีใหม่ม้ง บ้านอ่าข่าและม้งส่วใหญ่ยังมุงด้วยหญ้าคา
โดยเฉพาะบ้านอ่าข่าทั้ง 5 หลังคาเรือนยังมุงด้วยหญ้าคาทั้งหมด โครงสร้างของบ้านยังคงเป็นแบบดั้งเดิม ฝาผนังบ้านทำด้วยไม้ใผ่ พื้นบ้านปูด้วยแผ่นไม้และไม้ใผ่ ระเบียงบ้านปูด้วยไม้ใผ่เช่นกัน ภายในบ้านยังแยกห้องนอนระหว่างฝ่ายชายและฝ่ายหญิงแบบดั้งเดิม ระหว่างตรงกลางห้องนอนทั้งสองฝ่ายยังมีเตาไฟตั้งอยู่ ของใช้ในบ้านมีน้ำเต้าเก็บกักน้ำดื่ม มีที่ห้อยสำหร้บเก็บตะเกียบ มีหม้อนึ่งข้าว บนเตาไฟมีหิ้งซึ่งทำใว้เพื่อเก็บรักษาของสด อีกทั้งยังมีพื้นที่เก็บฟืนเอาไว้สำหรับดันไฟ การแต่งกายยังคงเห็นผู้หญิงแต่งชุดประจำเผ่าทั้งอ่าข่าและม้ง ทั้งในช่วงไม่มีงานประจำหมู่บ้านและช่วงมีเทศกาล โดยเฉพาะหญิงผู้สูงวัยจะยังคงเห็นแต่งกายด้วยชุดประจำเผ่าตลอดเวลา ในยามไปทำไร่ทำสวนยังคงเห็นผู้หญิงอ่าข่าปักผ้าไปด้วย และในวันหยุดยังคงเห็นหญิงอ่าข่าทั้งเด็กผู้ใหญ่นั่งปักผ้ากันเป็นกลุ่มโดยจะรวมตัวกันในบ้านใดบ้านหนึ่ง
รอบหมู่บ้านเต็มไปด้วยต้นไม้ต้นหญ้าเขียวชะอุ่ม มีภูเขาใหญ่น้อยตั้งไล่เรียงเป็นลำดับ ไกลออกไปจากหมู่บ้านประมาณ 1 กิโลทางฝั่งพม่าจะเห็นไร่นาของอ่าข่าและม้ง ช่วงฤดูปลูกข้าวจะเห็นต้นข้าวเขียวขจีทั้งไหล่เขาโดยเรียงกันเป็นลำดับ ยิ่งถ้าในช่วงฤดูปลูกฝิ่นจะเห็นดอกฝิ่นงามอร่ามตระการตาทั้งภูเขามีดอกสีขาว สีม่วงอ่อน สีแดง และสีชมพู ถ้าใครเคยเห็นของจริงมาก่อนจะรู้ได้ว่างดงามมากแค่ไหน ถ้าผมทำได้อยากเปิดเป็นฤดูกาลท่องเที่ยวชมดอกฝิ่น แต่ก็ไม่กล้าทำครับเพราะไร่ฝิ่นเป็นของชาวพม่า ไม่ใช่ของชาวบ้านผม แต่ถ้าใครอยากไปเที่ยวในฤดูนี้ก็สามารถไปเที่ยวชมดอกฝิ่นได้ แต่ต้องรู้จักคนฝั่งโน้นนะครับ ถ้ามีโอกาสผมจะพาเพื่อนๆไปเที่ยวในอนาคตแล้วกันนะครับ

กลับมาแถวๆใกล้หมู่บ้านอีกทีโดยรอบหมู่บ้านยังคงเห็นไร่นาของชาวบ้านอยู่ แต่มีไม่มากเพราะส่วนใหญ่เป็นป่่าเขา และเป็นป่าสงวน สิ่งที่น่าสนใจที่สุดมีน้ำตก มีป่าทึบ มีบ้านพักบนภูเขาซึ่งเป็นของกรมป่าไม้ มีสวนดอกไม้ มีดอกกุหลาบ ดอกคาเนชั่น ดอกลิลลี่ ผมจำชื่อดอกไม้ได้ไม่หมด เท่าที่เคยเห็นแถวบ้านยังมีดอกไม้อื่นที่สวยงามมากมาย ที่น่าตื่นตาตื่นใจมากที่สุดก็คือ ดอกบัวตอง ช่วงฤดูดอกบัวตองจะบานสะพรั่งทั่วทุกอณูของภูเขา ดอกบัวตองจะงามอร่ามเหลืองไปทั้งภูเขาใหญ่และเล็ก ซึ่งดอกบัวตองแถวบ้านอยู่อันดับสองรองจากจังหวัดแม่ฮ่องสอนไม่แพ้แม่ฮ่องสอนเช่นกัน นอกเหนือจากนี้ยังมีให้เที่ยวตามป่าตามเขาต่างๆ ซึ่งเต็มไปด้วยต้นไม้ ต้นหญ้านานาชาติ ส่่วนใหญ่เป็นป่าที่เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ
อาชีพหลักหมู่บ้านม้งแปดหลังยังคงเป็นทำไร่ทำนา ปลูกข้าว ปลูกข้าวโพด และเลี้ยงสัตว์ มีบางครอบครัวที่ปลูกกะหล่ำปลี ปลูกแครอท และทำสวนลิ้นจี่ ลำไย และปลูกมัน แต่ส่วนใหญ่ก็ยังทำอาชีพหลักเหมือนเดิม ซึ่งวันใดวันหนึ่งหมดพื้นที่สำหรับทำไรทำนาแล้ว ผมยังคิดอยู่เลยว่าจะทำอะไรกินกันดี จะต้องย้ายไปอยู่ส่วนใหนของประเทศไทย หากมีทางเลือกได้ขออยู่บนดอยบ้านเกิดของตนเองตลอดไปจนกว่าชีวิตจะหามีไม่ ทั้งหมดที่เล่ามาเป็นเรื่องที่ยังคงเห็นพบเห็นอยู่ในหมู่บ้านม้งแปดหลัง ยังคงเป็นเสน่ห์ของหมู่บ้านที่ยังคงคงความเป็นอัตลักษณ์ไว้อย่างแน่นเฟ้น แต่ไม่รู้ว่า สิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดนี้จะยังคงให้เห็นแบบนี้ไปยาวนานสักเท่าไร ไม่อยากให้วันนั้นมาถึงเลย






